คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 286/2483
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์จะฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดตามกฎข้อบังคับว่าด้วยการรักษาป่า พ.ศ. 2456 ข้อ 2 และ 17 นั้น โจทก์จะต้องบรรยายในฟ้องให้ชัดแจ้งว่าป่าที่จำเลยเข้าไปตัดไม้นั้นเป็นป่าที่ได้มีประกาศให้เป็นเขตหวงห้ามตามกฎหมายแล้ว
ย่อคำพิพากษา
กฎข้อบังคับวางระเบียบจัดการรักษาป่า พ.ศ. 2456 ข้อ 2 17
ประกาศสมุทเทศาภิบาลว่าป่าที่ใดเป็นเขตต์หวงห้ามตัดไม้เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จะต้องกล่าวในฟ้อง เมื่อ โจทก์ไม่ได้กล่าวในฟ้องก็ไม่มีประเด็นที่ โจทก์จะนำสืบในข้อนี้ คดีเช่นนี้ ศาลต้องยกฟ้อง กล่าวในฟ้องว่า จำเลยตัดไม้ประเทภหวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตและสียค่าภาคหลวงเท่านั้นยังไม่พอที่จะทำให้เข้าใจได้ว่าป่าที่ตัดไปนั้นเป็นเขตต์หวงห้าม อ้างฎีกา 1525/2482
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติรักษาป่าไม้ พ.ศ.2456 ม.6
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ตัดฟันไม้ยางซึ่งเป็นประเภทหวงห้ามในป่าตำบลบางประมุง โดยไม่ได้รับ อนุญาตและเสียค่าภาคหลวงขอให้ลงโทษตาม พรบ รักษาป่า พ.ศ. ๒๔๕๖ กฎข้อบังคับวางระเบียบจัดการรักษาป่า พ.ศ. ๒๔๕๖ ข้อ ๑๖ ประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ ประกาศสมุหเทศาภิบาลมณฑลนครสวรรค์ลงวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๙
ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์หาได้กล่าว่า ป่าตำบลบางประมุงเป็นป่าซึ่งสมุหเทศาภิบาลได้ประกาศเป็นเขตต์หวงห้ามไม่ และเห็นว่า ข้อนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ โจทก์จะต้องบรรยายมาในฟ้อง เมื่อไม่ได้กล่าวมาในฟ้องแล้วก็จะสืบนอกประเด็นฟัง ลงโทษจำเลยไม่ได้พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยไม่สืบพะยาน
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องโจทก์ได้กล่าวชัดแล้วว่า จำเลยบังอาจตัดฟันไม้ยางซึ่งเป็นไม้ประเภทหวงห้ามในป่าตำบลบางประมุง จังหวัดนครสวรรค์ คำว่าตำบลบางประมุงเป็นตำบลที่หวงห้ามไม้ยาง เพราะถ้าตำบลที่หวงห้ามไม้ยางไม้ยางในตำบลนั้นก็ไม่ใช่ไม้ประเภทหวงห้ามพิพากษาศาลชั้นต้นสืบพะยานโจทก์ จำเลยแล้วพิพากษาใหม่
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตาม พรบ รักษาป่า พ.ศ. ๒๔๕๖ มาตรา ๕ ข้อ ๑ และกฎข้อบังคับรักษาป่า พ.ศ. ๒๔๕๖ ข้อ ๒ และข้อ ๑๗ นั้น โจทก์จะต้องกล่าวในฟ้องให้เป็นที่เข้าใจได้อย่างชัดเจนว่า จำเลยได้ตัดไม้ประเภทหวงห้ามจากป่าซึ่งสมุหเทศาภิบาลได้ประกาศว่าเป็นเขตต์หวงห้ามแล้ว และประกาศสมุหเทศาภิบาลในเรื่องเช่นนี้ เป็นข้อเท็จจริงสำคัญที่โจทก์จะต้องกล่าวบรรยายให้ปรากฏในฟ้องก็ไม่มีประเด็นที่โจทก์จะนำสืบในข้อนี้คดีจึงฟังไม่ได้ว่าสมุหเทศาภิบาลได้ประกาศโฆษณาให้ราษฎรในท้องที่ซึ่งโจทก์หานั้นทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓ เดือน เมื่อ โจทก์สืบไม่ได้เช่นนั้น ก็เป็นอันฟังไม่ได้ว่า จำเลยได้ตัดไม้ประเภทหวงห้ามจากป่าซึ่งได้ประกาศเป็นเขตต์หวงห้ามจากป่าซึ่งได้ประกาศเป็นเชตต์หวงห้ามอันจำเลยพังมีผิด พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 286/2483
อัยยการ นครสวรรค์ โจทก์
นายทุ้ย เสือเกษ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการ นครสวรรค์ · ล. - นายทุ้ย เสือเกษ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · นิติศาสตร์ · วิเศษ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ++ · ศาลอุทธรณ์ - ++ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา