⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 701/2483

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 701/2483

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อกรรมการอำเภอได้รับมอบหมายหรือมีอาวุโสสูงสุด ย่อมมีอำนาจทำการแทนนายอำเภอ และมีอำนาจสอบสวนคดีอาญาได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

กรรมการอำเภออยู่ในคณะกรรมการอำเภอ เมื่อได้รับ++บทหมายแล้วมีอำนาจทำการแทนนายอำเภอได้ และถึงแม้จะมิได้มอบหมายก็ตามถ้าปรากฏว่ามีอาวุโสสูงสุดแล้วก็ทำการแทนนายอำเภอได้ดุจกัน ดังนั้นจึงมีอำนาจสอบสวนคดีอาญาได้ตามประมวล วิธีพิจารณาความอาญา ม. 18, 2, ข้อ 17 (2) เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าได้แยกการสอบสวนไปที่กิ่งอำเภอ ปลัดกิ่งอำเภอก็มีอำนาจทำการสอบสวนได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.18 ประมวลกฎหมายอาญา ม.250 ประมวลกฎหมายอาญา ม.254 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.3 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.65 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.70 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.71 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.75 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.101 พระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2476 ม.24

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันทำร้ายร่างกายนายเทียว สมพวกมีบาดเจ็บสาหัส ขอให้ลงโทษตาม กฎหมายอาญามาตรา ๒๕๖, ๒๕๔, ศาลจังหวัดกำแพงเพ็ชร์เห็นว่า การสอบสวนคดีนี้นายทักษิณพลภักดิ์ ธรรมการอำเภอผู้มีอาวุโสสูงสุดถัดจากปลัดกิ่งอำเภอและรักษาการแทนปลัดกิ่งอำเภอในระหว่างที่ปลัดกิ่งอำเภอไม่อยู่มีอำนาจสอบสวนได้ ตาม ประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘ และ ม. ๒ ข้อ ๑๗ (ข) ประกอบกับ พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้างที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ มาตรา ๗๐, ๗๕, และ พรบ ว่าด้วยระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักร์ไทย พ.ศ. ๒๔๗๖ มาตรา ๒๔ ในข้อเท็จจริงฟังว่า จำเลยทำผิดจริงดัง โจทก์หาจึง พิพากษาลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๕๖(๘) จำเลย อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า นายทักษิณไม่มีอำนาจสอบสวนคดีนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าเมือปลัดกิ่งอำเภอไม่อยุ่ไปราชการได้มอบหมายให้นายทักษิณรักษาการแทน การมอบหมายนี้ไม่มีว่าต้องมีหลักฐานเป็นเอกสารอย่างใด เมื่อนายทักษิณได้รับมอบหมายแล้วมีอำนาจสอบสวนคดีในี้ได้เราะนอกจากตัวบทกฎหมายที่ ศาลล่างอ้างมาแล้วยังมี พระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการสำนักงานและกรมในกระทรวงธรรมการ(ฉะบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๔ ในตอนว่าด้วยราชการบริหารส่วนภูมิภาค แสดงให้เห็นว่าธรรมการอำเภอเป็นหัวหน้าส่วนราชการบริหารฝ่ายพล คณะกรมการอำเภอ เมื่อได้รับมอบหมายแล้วก็ทำการแทนนายอำเภอได้ และถึงแม้จะมิได้มอบหมายก็ดี เมื่อนายทักษิณธรรมการอำเภอเป็นผู้มีอาวุโสสูงสุดย่อมปฏิบัติราชการแทนนายอำเภอได้ตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแห่งราชอาณาจักร์ไทย พ.ศ. ๒๔๗๖ มาตรา ๒๔ ในคดีนี้แม้นายทักษิณจะได้รับมอบหมายจาหปลัดกิ่งอำเภอมิใช่จากตัวนายอำเภอโดยตรงก็ได้ความว่า นายทักษิณได้มอบหมายให้ทำการแทนรวมทั้งการสอบสวนด้วย จึงพอฟังได้ว่า การสอบสวนนั้นได้แยกไปให้กิ่งอำเภอทำได้ตาม พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ มาตรา ๖๕,๗๑, ๑๐๑, ข้อ ๒ ข้อ ๓ ปลัดกิ่งจึงมีอำนาจในการสอบสวนเท่านานอำเภอ และการที่นายทักษิณรักษาการแทนสำหรับการสอบสวนนี้ก็เท่ากับรักษาการแทนนายอำเภอนั่นเอง นายทักษิณมีอำนาจสอบสวนคดีนี้ได้ตาม ประมวล วิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๘ และ ๒ (๑๗) ข จึง พิพากษายืนตาม ศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 701/2483 อัยยการกำแพงเพ็ชร์ โจทก์ นางจวง แสงทับทิม นายแบ๊ง นางเผือก ทองหล่อ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการกำแพงเพ็ชร์ · ล. - นางจวง แสงทับทิม นายแบ๊ง นางเผือก ทองหล่อ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทธิอรรถนฤมนตร์ · อิศร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ++ · ศาลอุทธรณ์ - ++
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9026/2553ฎีกา 713/2466ฎีกา 231/2478ฎีกา 267/2465ฎีกา 264/2499ฎีกา 965/2468ฎีกา 8080/2538ฎีกา 418/2468ฎีกา 742/2470ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 819/2464ฎีกา 389/2542ฎีกา 141/2466ฎีกา 455/2466ฎีกา 441/2483ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 1895/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา