คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 123/2484
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ครบองค์ประกอบความผิดฐานชิงทรัพย์ ย่อมเป็นความผิดตามกฎหมาย แม้จะมีการอ้างมาตรากฎหมายอื่นที่นอกเหนือไปจากความผิดนั้นก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์กล่าวบรรยายฟ้องอ้างว่าข้อเท็จจริงพอที่จะให้เข้าใจได้ว่าจำเลยที่จะให้เข้าใจได้ว่าจำเลยทำการชิงทรัพย์ขอให้ลงโทษตาม ม.299และ ม.306 ดังนี้ เมื่อฟ้องโจทก์ไม่เป็นองค์ความผิดฐานฉ้อโกงแล้วการที่อ้างม.306เกินมาก็ไร้ผล แต่ในความผิดฐานชิงทรัพย์ตามฟ้องนั้นยังคงสมบูรณ์อยู่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ใช้อุบายหลอกลวงนายฮ้อยด้วยความเท็จและโดยเจตนาทุจริตเพื่อให้นายฮ้อยส่งธนบัตร ๓๘ บาทให้จำเลยแล้วจำเลยได้สมคบกันชิงเอาธนบัตร์นั้นไป ขอให้ลงโทษตามกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๙,๓๐๖
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ตามลักษณะการทำผิดที่โจทก์ฟ้องจำเลย ๆ จะกระทำผิดทั้งฉ้อโกงและชิงทรัพย์ในทรัพย์อันเดียวกันหาได้ไม่ ฟ้องโจทก์ไม่ถูก ตามกฎหมายจำเลยไม่สามารถเข้าใจข้อหาได้ดี ขัดกับวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๕๘ พิพากษายกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์โดยวินิจฉัยว่าโจทก์บรรยายฟ้องเพื่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยพยายามหลอกลวงก่อนแล้วจึงทำการชิงทรัพย์จะเข้าใจว่าโจทก์ฟ้องทั้งฉ้อโกลเและชิงทรัพย์ไม่ได้ เพราะฟ้องโจทก์มิได้กล่าวว่าเจ้าทรัพย์หลงเชื่อ ได้ส่งทรัพย์ให้จำเลยอันเป็นข้อสำคัญในความผิดฐานฉ้อโกง จริงอยู่โจทก์อ้างมาตรา ๓๐๖ มาด้วยแต่เมื่อฟ้องไม่เป็นองค์ความผิดฐานฉ้อโกงแล้ว แม้จะอ้างมาก็ไร้ผลให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 123/2484
อัยยการชัยภูมิ โจทก์
นายสอน สีม้าง นายเล่ แก้วครรไล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการชัยภูมิ · จำเลย - นายสอน สีม้าง นายเล่ แก้วครรไล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · วิเศษ · วิเศษ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา