⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 37/2484

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 37/2484

ป.พ.พ. ม.171, 368, 391 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่สัญญาตกลงยืดเวลาชำระราคาและผู้ซื้อยอมชำระดอกเบี้ยในเงินราคาที่ค้างชำระ หากผู้ซื้อใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ผู้ขายต้องคืนเงินราคาที่ผู้ซื้อชำระพร้อมทั้งดอกเบี้ย และต้องคืนดอกเบี้ยที่ผู้ซื้อชำระไปด้วย

ย่อคำพิพากษา

ทำสัญญาซื้อขายที่ดินและชำระราคาไปบ้างแล้วต่อมาคู่สัญญาตกลงยืดเวลาชำระราคา โดยผู้ซื้อยอมชำระดอกเบี้ยในเงินราคาที่ค้างชำระ ภายหลังผู้ซื้อใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ผู้ขายต้องคืนเงินราคาที่ผู้ซื้อชำระพร้อมทั้งดอกเบี้ยและต้องคืนดอกเบี้ยที่ผู้ซื้อชำระไปด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.171 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.465

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.171 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.465 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่าเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม๒๔๗๓ จำเลยขายที่ดินเลขที่ ๑๕๓๙ เนื้อที่ ๒๑๐๐ ตรางวาให้โจทก์ราคา ๑๐๐๐๐บาท วางมัดจำ ๓๐๐ บาท อีก ๙๗๐๐ บาทจะชำระในวันโอนขายภายในวันที่ ๓๐ เมษายน๒๔๗๔ และตกลงกันว่าก่อนโอนจะสอบเขตต์เสียก่อนถ้าเนื้อที่ขาดจะลดราคาตามส่วนหรือผู้ซื้อ จะเลิกสัญญาก็ได้ ต่อมาวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๓ โจทก์จำเลยทำสัญญาแก่กันว่า จำเลยได้รับเงินจากโจทก์อีก ๒๗๐๐ บาท คงเหลือค่าที่ดิน ๗๐๐๐บาทจะชำระในวันโอนที่ดินกับว่าเมื่อถึงกำหนดวันที่ ๓๐ เมษายน๒๔๗๔แล้วยังทำสัญญาโอนกันไม่ได้ ผู้ขายยอมเลื่อนเวลาไปอีก ๖ เดือนโดยไม่ริบมัดจำถ้าครบ ๖ เดือนผู้ซื้อยังไม่วางเงิน ผู้ซื้อยอมให้ดอกเบี้ยผู้ขายเดือนละ ๓๐บาทในเงินที่ค้าง ๗๐๐๐ บาททุกเดือน ตั้งแต่นั้นมาโจทก์ได้ส่งดอกเบี้ยเสมอมาจนถึงวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๔๘๑ จำเลยจึงขอโฉนดไปรังวัดที่ดิน โจทก์จึงงดส่งดอกเบี้ย ดอกเบี้ยที่ส่งไปแล้วเป็นเงิน ๕,๗๙๕ บาท ๒๖ สตางค์ เมื่อรังวัดแล้วปรากฎว่าเนื้อที่ขาดไปจากหน้าโฉนด ๑๕๖ ตรางวา โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา และฟ้องเรียกเงินราคาที่ชำระไปแล้ว พร้อมทั้งดอกเบี้ยคืนกับเรียกดอกเบี้ยที่ชำระไปแล้วคืนด้วย ศาลอุทธรณ์ตัดสินยืนตามศาลแพ่งโดยวินิจฉัยว่า เงินราคาที่ดิน ๓๐๐๐ บาทที่โจทก์ชำระแล้วนั้น จำเลยต้องคืนพร้อมทั้งดอกเบี้ยแต่เงินดอกเบี้ยที่โจทก์ชำระให้จำเลยนั้นเรียกคืนไม่ได้ เพราะสัญญาฉะบับหลังเป็นความผูกพันแยกออกต่างหากจากสัญญาฉะบับแรก และปฏิบัติต่อกันมาต่างหากจากสัญญาจะซื้อขาย ฉะนั้นการเลิกสัญญาซื้อขายที่ดินจึงไม่พลอยทำให้สัญญาฉะบับหลังเลิกตามไปด้วย จึงพิพากษาให้จำเลยคืนราคาที่ดิน ๓๐๐๐บาทกับดอกเบี้ยในเงินจำนวนนี้ นอกนั้นให้ยก ศาลฎีกาเห็นชอบด้วยศาลล่างในข้อที่ให้คืนราคาที่ชำระแล้วกับดอกเบี้ยในเงินราคานั้น แต่สำหรับดอกเบี้ยที่โจทก์ชำระให้จำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยต้องคืนให้โจทก์ด้วย โดยสัญญาฉะบับหลังเป็นสัญญาเพิ่มเติมสัญญาเดิมซึ่งฉะบับหลังนี้ก็ระบุชัดว่าเพิ่มเติมสัญญาเดิม ฉะนั้นจึงต้องถือว่าเป็นสัญญารายเดียวกัน เมื่อโจทก์ขอเลิกสัญญาตามสิทธิที่มีอยู่ ก็ต้องให้คู่กรณีกลับคืนฐานะเดิม คือจำเลยต้องคืนเงินดอกเบี้ย ๕,๗๙๕ บาท ๒๖ สตางค์นี้ด้วย จึงพิพากษาแก้ศาลล่างให้จำเลยคืนเงิน ๕๗๙๕ บาท ๒๖ สตางค์ พร้อมทั้งดอกเบี้ยตั้งแต่เวลาที่ได้รับไว้เป็นงวด ๆ ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 37/2484 พระสุธรรมวินิจฉัย โจทก์ นางพัน แซ่เตียว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พระสุธรรมวินิจฉัย · จำเลย - นางพัน แซ่เตียว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติศาสตร์ · เทฟโนต์ · พลางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5032/2537ฎีกา 537/2540ฎีกา 4379/2540ฎีกา 975/2543ฎีกา 5034/2533ฎีกา 7287/2539ฎีกา 1139/2498ฎีกา 1217/2530ฎีกา 558/2509ฎีกา 4023/2561ฎีกา 3796/2540ฎีกา 7022/2552ฎีกา 7257/2557ฎีกา 2389/2540ฎีกา 591/2531ฎีกา 5317/2538ฎีกา 770/2486ฎีกา 2821/2522ฎีกา 560/2553ฎีกา 231/2482ฎีกา 4015/2528ฎีกา 5281/2540ฎีกา 2409/2551ฎีกา 4590/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา