⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 590/2484

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 590/2484

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ศาลมีอำนาจเปลี่ยนแปลงคำสั่งกำหนดหน้าที่นำสืบได้ หากมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม 2. จำนวนเงินที่ระบุในสัญญาจำนองคือจำนวนเงินสูงสุดที่นำทรัพย์สินมาเป็นประกัน ไม่ใช่จำนวนเงินที่ผู้จำนองยินยอมให้เบิกเกินบัญชี

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลได้กำหนดหน้าที่นำสืบแล้ว ต่อมามีเหตุการณ์เปลี่ยนไป ศาลเดิมมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงหน้าที่นำสืบใหม่ได้ จำนวนเงินที่ระบุไว้ในสัญญาจำนองสองแสนบาทเป็น จำนวนเงินชั้นสูงที่เอาทรัพย์สินตราไว้เป็นประกันตามประมวลแพ่ง ๆ มาตรา 708 ไม่ใช่เรื่องที่จำเลยยินยอมให้โจทก์เบิกเงินเกินบัญชี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.24 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.714

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทำการค้าขายได้ติดต่อกับบริษัทจำเลยซึ่งเป็นธนาคารทำการเปิดบัญชีติดต่อกันตลอดมา โจทก์ได้เอาโฉนดที่ดินไปทำสัญญาจำนองไว้กับบริษัทของจำเลยเป็นเงินสองแสนบาทเป็นการประกันหนี้ ซึ่งโจทก์มีสิทธิจะเบิกเงินเท่าใดก็ได้ไม่เกินจำนวนสองแสนบาทโจทก์ได้เบิกเงินรายจำนองนี้ไปแล้ว ๑๘๕๐๐๐ บาท โจทก์ยังมีสิทธิที่จะเลิกได้อีก ๑๕๐๐๐ บาท แต่บริษัทจำเลยได้สั่งงดและไม่ยอมจ่ายเงินให้โจทก์ก็ตามสัญญา ทำให้การค้าของโจทก์ปันป่วนหยุดชงักขาดทุนและขาดประโยชน์ จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์สองแสนบาท. ในชั้นแรกศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยนำสืบในเรื่องมีการจำกัดจำนวนเงินก่อนแล้วจึงให้โจทก์นำสืบในเรื่องค่าเสียหายต่อมาในวันนัดพิจารณา เมื่อได้ฟังคำแถลงของโจทก์แล้ว ได้สั่งให้โจทก์สืบก่อน และได้สอบถามโจทก์ถึงข้อนำสืบแล้ว จึงได้มีคำสั่งให้งดสืบพะยาน โดยเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว. ศาลชั้นต้นเห็นว่าตามหลักฐานของโจทก์ถือไม่ได้ว่าจำเลยมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องจ่ายเงินให้แก่โจทก์ตามฟ้อง โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าเสียหายฐานผิดสัญญาได้ จึงพิพากษายกฟ้อง. โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจเปลี่ยนแปลงคำสั่งในเรื่องหน้าที่นำสืบ และว่าตามสัญญาจำนองจำเลยมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินให้โจทก์ถึงสองแสนบาท ศาลฎีกาเห็นว่าในเรื่องหน้าที่นำสืบนั้น แม้ศาลชั้นต้นจะได้สั่งตามฟ้องและให้คำให้การในเบื้องต้นให้เป็นหน้าที่ที่จำเลยนำสืบก่อน แต่ต่อมาศาลชั้นต้นได้สอบถามโจทก์ ๆ แถลงข้อความรับเข้ามาบางประการเป็นเหตุให้หน้าที่นำสืบเปลี่ยนไปเป็นโจทก์ต้องนำสืบก่อนเช่นนี้ศาลย่อมมีอำนาจเปลี่ยนแปลงได้ หามีบทกฎหมายใดห้ามไม่ และเห็นว่าตามสัญญาจำนองรายนี้มิได้ระบุจำนวนเงินอันแน่นอนลงไว้ แต่ได้ระบุจำนวนเงินชั้นสูงที่ได้เอาทรัพย์สินจำนองนั้นประกันไว้ ตามประมวลแพ่ง ฯ มาตรา ๗๐๘ ศาลฎีกาเห็นว่าการที่โจทก์เป็นลูกหนี้จำเลยโดยเบิกเงินเกินบัญญชีนั้นมิได้มีกำหนดจำนวนหรือระยะเวลาอย่างไร จึงเป็นสัญญากู้ยืมที่ได้เกิดขึ้นเป็นคราว ๆ ไป สัญญาจำนองเป็นสัญญาประกันการชำรหนี้ เมื่อเป็นดังนี้ การที่จำเลยไม่ยอมให้โจทก์เบิกเงินเกินบัญชีต่อไปก็อยู๋ในอำนาจของจำเลยทำได้ เพราะเป็นเรื่องที่จำเลยไม่ยอมให้โจทก์กู้เงินอีกจำนวนเงินสองแสนที่ระบุไว้ตามสัญญาจำนองนั้น ไม่ใช่จำนวนเงินที่เลยผูกพันจะให้โจทก์เบิกเกินบัญญชีได้ถึงเพียงนั้น แต่หากเป็นจำนวนชั้นสูงที่เอาทรัพย์สินตราไว้เป็นประกัน จึงเห็นได้ว่าจำเลยมิได้เป็นผู้ผิดสัญญา จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 590/2484 นายตันฮอเช็ง โจทก์ บริษัทชาร์เตอรแบงค์แห่งอินเดีย ออสเตรเลียและจีน (โดยนายที.อาร์.เว๊ทผู้ จัดการ) จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายตันฮอเช็ง · (โดยนายที.อาร์.เว๊ทผู้ - บริษัทชาร์เตอรแบงค์แห่งอินเดีย ออสเตรเลียและจีน · จำเลย - จัดการ)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · วิเศษ · ลัดพลีธรรมประคัลภ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3589/2525ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 6528/2537ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1816/2534ฎีกา 174/2520ฎีกา 5252/2550ฎีกา 234/2491ฎีกา 952/2491ฎีกา 9909/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา