คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 76/2484
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คู่ความจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ หากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนกันมาในคดีที่จำเลยถูกลงโทษหลายกระทง โดยแต่ละกระทงมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี
ย่อคำพิพากษา
คดีที่ศาลขั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนกันมาลงโทษจำเลยหลายกะทง แต่ละกะทงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี คู่ความจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้
(อ้างถึงฎีกาที่39/2484)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ศาลอาญาพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา ๑๒๙ ที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้จำคุกมีกำหนด ๓ ปี และผิดตามมาตรา ๑๓๐ ที่ แก้ไขเพิ่มเติม ให้จำคุกมีกำหนด ๕ ปี รวม ๒ กะทงเป้นโทษจำคุก ๘ ปี
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษายืนกันมาโดยลงโทษจำเลย ๒ กะทงแต่ละกะทงโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปีตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ม.๒๑๘ หากมิให้คู่ความฎีกาคัดค้านในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาจำเลยจึงตกไปพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 76/2484
พนักงานอัยยการ โจทก์
นายวาศ เปรมรัตน์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยยการ · จำเลย - นายวาศ เปรมรัตน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · พลางกูร · วิเศษ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา