⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 969/2484

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 969/2484

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาที่ตกลงกันไปซื้อทรัพย์สินมาแบ่งกันโดยไม่ประสงค์แบ่งกำไรนั้น ไม่ใช่สัญญาเข้าหุ้นส่วน แต่เป็นสัญญาที่สามารถฟ้องร้องบังคับกันได้ตามหลักทั่วไปในกฎหมายแพ่ง

ย่อคำพิพากษา

ทำสัญญาร่วมทุนกันไปซื้อที่ดินเพื่อมาแบ่งกัน เมื่อคนหนึ่งไปจัดการซื้อและรับโอนโฉนดมาแล้วไม่ยอมโอนแบ่งให้อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องขอแบ่งได้ สัญญาเข้าทุนกันไปซื้อทรัพย์มาแบ่งกันโดยไม่ประสงค์แบ่งกำไรนั้น ไม่ใช่สัญญาเข้าหุ้นส่วน การทำสัญญากันนั้นแม้ไม่เข้าลักษณะเอกเทศสัญญาก็ฟ้องร้องบังคับกันได้ตามหลักทั่วไปในบรรพ 1-2 ในคดีแพ่งโจทก์ไม่จำเป็นต้องอ้างบทกฎหมายเสมอไป กรณีที่ถือว่าฟ้องของโจทก์กล่าวความครบถ้วนตามที่ประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 บังคับไว้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.112 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.194 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1012 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์จำเลยเข้าหุ้นส่วนกันซื้อที่ดิน ๓ โฉนด จำเลยเป็นผู้ไปจัดการซื้อและรับโอนโฉนดเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ แล้วนำโฉนดมาให้โจทก์ยึดถือ ต่อมาจำเลยได้เอาโฉนดไปแบ่งแยกส่วนของจำเลยตามข้อตกลง ส่วนที่ดินนอกนั้นซึ่งเป็นส่วนของโจทก์ จำเลยไม่จัดการโอนให้โจทก์ กลับจะแบ่งเอาครึ่งหนึ่ง โจทก์จึงมาฟ้องขอให้จำเลยโอนที่ดินให้โจทก์ ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินให้โจทก์ตามฟ้อง แต่ให้โจทก์เสียค่าที่ดินส่วนที่ตกลงกันให้แก่จำเลยอีก ๒๙ บาท ๑๑ สตางค์ก่อน ศาลอุทธรณ์พิพากยืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในคดีแพ่งฟ้องของโจทก์ไม่จำเป็นต้องอ้างบทมาตราในกฎหมายเสมอไป ข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยไม่เข้าเอกเทศสัญญาในบรรพ ๓ จึงไม่มีทางอ้างเอกเทศสัญญามาเป็นฐานฟ้องในแบบคำฟ้องซึ่งระบุข้อหาหรือฐานความผิดโจทก์ระบุว่า ขอให้บังคับโอนที่ดินนั้น เป็นข้อความย่อจากคำบรรยายและคำขอท้ายฟ้องไม่ใช่ระบุชื่อเอกเทศสัญญา ในประมวลวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๗๒ ซึ่งบัญญัติว่าคำฟ้องต้องแสดงโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น"คดีฟ้องของโจทก์บรรยายถึงข้อตกลงนั้น เป็นการบรรยายถึงสภาพแห่งข้อหา ฟ้องที่ระบุว่าจำเลยไม่ยอมแบ่งที่ดินตามข้อตกลง เป็นหลักแห่งข้อหาคำขอให้บังคับโอนที่ดินเป็นคำขอบังคับ ฟ้องจึงถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนความผูกพันระหว่างโจทก์ จำเลยนั้นได้ทำสัญญากันอันมีนิติสัมพันธ์ระหว่างกันตามประมวลแพ่ง ฯมาตรา ๑๑๒ และต้องบังคับตามผลแห่งหนี้ทั่วไปตามมาตรา ๑๙๔ ส่วนในฟ้องที่พูดถึงหุ้นส่วนหลายแห่งนั้น ไม่ทำให้เป็นฟ้องในลักษณะเอกเทศสัญญา เพราะคำบรรยายฟ้องไม่มีลักษณะเป็นหุ้นส่วนตามกฎหมายจึงพิพากษายืนตามศาลล่าง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 969/2484 นายสงวน บุณยรักษ์ โจทก์ นายประมุข ปิยะสุวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสงวน บุณยรักษ์ · จำเลย - นายประมุข ปิยะสุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติศาสตร์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทิพปัญญา.
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - หลวงสารนัยประภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยพากย์สุวบัณฑ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 231/2482ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 2026/2494ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 377/2536ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 5640/2541ฎีกา 4564/2543ฎีกา 2224/2528ฎีกา 916/2509ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา