คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2485
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้พิมพ์ซึ่งไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิไม่มีอำนาจฟ้องผู้ละเมิดลิขสิทธิ. การที่จำเลยพิมพ์หนังสือของผู้เสียหายอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิและประทับตราปลอมของผู้เสียหาย ถือเป็นการกระทำผิดฐานละเมิดลิขสิทธิและฐานปลอมหนังสือ.
ย่อคำพิพากษา
เอกชนไม่มีอำนาจฟ้องตามพ.ร.บ.การพิมพ์ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับระเบียบควบคุมการพิมพ์โดยฉะเพาะ. ผู้พิมพ์ซึ่งไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องผู้ละเมิดสิขสิทธิหนังสือนั้น. ศาลไม่อนุญาตให้คู่ความสืบพะยานเพิ่มเติมได้ ไม่ผิดต่อประมวลวิธีพิจารณา เพราะเป็นการใช้ดุลพินิจ จำเลยพิมพ์หนังสือของผู้เสียหายอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ และประทับตราปลอมดวงตราของผู้เสียหายในหนังสือนี้ ผิดฐานละเมิดลิขสิทธิกะทงหนึ่งด้วย และฐานปลอมหนังสืออีกกะทงหนึ่งด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยพิมพ์สำเนาหนังสือจำลองหนังสือแบบเรียนต่าง ๆอันเป็นวรรณกรรมของนายจำลอง,นายน้อยโจทก์กับของนายสุภาพซึ่งได้ทำสัญญาขายลิขสิทธิให้โจทก์ และของขุนประสงค์จรรยาซึ่งได้ทำสัญญามอบให้โจทก์เป็นผู้พิมพ์จำหน่ายในการพิมพ์นี้จำเลยไม่ได้พิมพ์ชื่อผู้พิมพ์โฆษณา ชื่อโรงพิมพ์และหลักแหล่งของโรงพิมพ์ตามความจริง เมื่อพิมพ์แล้วจำเลยได้ประทับตราปลอมชื่อของนายจำลองโจทก์และของขุนประสงค์จรรยาโดยลักษณที่สามารถอาจจะเกิดเสียหายแก่โจทย์และขุนประสงค์จรรยากับสารธารชน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตามพระราชบัญญัติการพิมพ์ และไม่มีอำนาจฟ้องเกี่ยวกับหนังสือของขุนประสงค์จรรยาและการใช้ชื่อนายเล่งแซ่ แซ่เตียว เพราะโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย จำเลยผิดในการละเมิดลิขสิทธิของโจทก์ ใช้ตราชื่อปลอมของโจทก์ที่ ๒ และใช้ชื่อบุคคลและโรงพิมพ์ลงในสิ่งสินค้าโดยไม่มีอำนาจ พิพากษาลงโทษตามพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรมาตรา ๒๕ และกฏหมายลักษณอาญามาตรา ๒๓๓,๒๓๕.
ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้จำเลยสืบพะยานเพิ่มเติมชั้นอุทธรณื และพิพากษายืน.
โจทย์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าเรื่องอำนาจฟ้องตามพระราชบัญญัติมาตรา ๑๔,๓๕ เป็นเรื่องควบคุมสิ่งพิมพ์ในทางเกี่ยวกับระเบียบโดยฉะเพาะ ไม่เป็นความผิดอันเกี่ยวไปถึงเอกชนใดๆ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ส่วนการฟ้องแทนขุนประสงค์จรรยาและนายสุภาพกับนายเล่วแซ แซ่เตียวนั้น โจทก์ไม่ใช่เจ้าจองสิขสิทธิหรือเป็นผู้เสียหาย จึงไม่มีอำนาจฟ้อง และฉะเพาะข้อที่ว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแทนนายสุภาพโดยไม่มีใครอุทธรณ์นั้น เห็นว่าจำเลยอุทธรณ์ว่าไม่ควรมีความผิดศาลก็มีอำนาจวินิจฉัยถึงอำนาจฟ้องของโจทก์ได้ ฏีกาจำเลยเรื่องขอสืบพะยานเพิ่มเติมนั้น ศาลอุทธรณ์สั่งไม่อนุญาตขอบแล้วและเป็นดุลยพินิจของศาลจึงไม่ผิดกฏหมายส่วนปัญหาว่าจำเลยมีผิดฐานละเมิดลิขสิทธิแล้ว จะมีผิดฐานปลอมหนังสือด้วยหรือไม่นั้นเห็นว่าเป็นการผิดกฏหมายหลายกะทง จึงลงโทษฐานปลอมหนังสือด้วยอีกกะทงหนึ่งได้จึงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2485
นายน้อย เลปาจารย์ ในส่วนตัวและแทนนางบุญช่วย เลปาจารย์ ภริยาที่ 1
นายจำลอง สง่ามั่งคั้ง โจทก์
นายกิม หงษ์สดารมย์ที่ 1 นางรั่งเฮียง หงศิสดารมย์ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | 1 - นายน้อย เลปาจารย์ ในส่วนตัวและแทนนางบุญช่วย เลปาจารย์ ภริยาที่ · โจทก์ - นายจำลอง สง่ามั่งคั้ง · จำเลย - นายกิม หงษ์สดารมย์ที่ 1 นางรั่งเฮียง หงศิสดารมย์ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทิพปัญญา · ธรรมบัณฑิต · ลัดพลีธรรมประคัลภ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงประเสริญอนุกิจ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา