คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 71/2485
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากไม้สักที่ตรวจพบมีการดัดแปลงแปรสภาพไปแล้ว จะไม่เข้าข้อสันนิษฐานว่าจำเลยเป็นผู้ชักลากออกจากป่าตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องว่าตรวจพบไม้สักซึ่งเป็นไม้ไม่มีดวงตราอยู่ในความครอบครองของจำเลยๆ จึงเป็นผู้ชักลากออกจากป่า ถ้าปรากฏว่าเป็นไม้ซึ่งดัดแปลงแปรสภาพไป ย่อมไม่เข้าข้อสันนิษฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันการลักลอบชักลากไม้สักฯ ข้อ 5 จะลงโทษจำเลยไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติป้องกันการลักลอบชักลากไม้สักที่ยังไม่ได้เสียค่าตอและภาษี ม.3 พระราชบัญญัติป้องกันการลักลอบชักลากไม้สักที่ยังไม่ได้เสียค่าตอและภาษี ม.5
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าเจ้าพนักงานตรวจพบไม้สักถูกดัดแปลงเป็นเสาซึ่งเดิมเป็นต้นไม้ที่ไม่มีดวงตราอยู่ในความครอบครองของ จำเลย จำเลยจึงเป็นผู้-ชักลากออกจากป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลชั้นต้นเห็นว่าต้องถือว่าจำเลยตัดฟันชักลากไม้สักฯ ร.ศ. ๑๑๘ ข้อ ๓,๕ ให้ปรับจำเลย ริบไม้ของกลาง
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ไม้ของกลางได้เปลี่ยนแปลงทำเป็นเสาเหลี่ยมแปรจากสภาพเดิมแล้ว โจทก์ไม่ได้นำสืบให้ได้ความว่าจำเลยชักลาก พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ไม้สักของกลางรายนี้ถูกดัดแปลงเป็นไม้เสาแปรสภาพไปคดีไม่เข้าข้อสันนิษฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันการลักลอบชักลากไม้สักฯ ร.ศ.๑๑๘ ข้อ ๕ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 71/2485
อัยยการจังหวัดแพร่ โจทก์
นายพิมพ์ วงแสนสี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการจังหวัดแพร่ · จำเลย - นายพิมพ์ วงแสนสี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทิพปัญญา อ. บุปผเวส · นิติศาสตร์ · ภัทรนาวิก |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยพากย์สุว+ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา