⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 866/2485

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 866/2485

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีสิทธิในที่ดินโดยการครอบครองและทำประโยชน์ ย่อมมีสิทธิดีกว่าผู้มีเพียงหนังสือซื้อขายแต่ไม่ได้เข้าครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินนั้น

ย่อคำพิพากษา

เจ้าของที่ดินที่มีไบเหยีบบย่ำและได้ทำประโยชน์ไนที่ดินนั้นด้วย ย่อมมีสิทธิ์ดีกว่าผู้มีหนังสือซื้อขายที่รายพิพาทนั้น ที่ทำต่อกรมการอำเพอแต่ไม่ได้เข้าทำประโยชน์หรือได้ครอบครองแต่ประการได ฟ้องโจทที่มิได้ระบุว่าจำเลยเข้าแย่งที่ดินของโจทวันเดือนได ตรงไหนและมากน้อยเท่าได ถ้าหากจำเลยเข้าไจฟ้องของโจทดีจนถึงต่อสู้คดีได้เปนกิจจะลักสนะเช่นนี้ ย่อมไม่เปนฟ้องที่เคลือบคลุม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1373 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทฟ้องว่าจำเลยทั้ง ๒ ได้บังอาดเข้าไปแย่งทำไนที่ดินตามไบเหยียบย่ำของโจท ซึ่งโจทได้ทำประโยชน์ไว้แล้ว ขอไห้ขับไล่ จำเลยไห้การต่อสู้ว่าจำเลยได้ทำไมที่ดินของจำเลย โดยจำเลยซื้อจากนายเคว็ตทำสัญญาซื้อขายกันต่ออำเพอ โจทจองที่ดินรายนี้เมื่อไดไม่ซาบ ทั้งไบจับจองของโจทขาดอายุแล้ว และอ้างว่าฟ้องโจทเคลือบคลุมเลื่อนลอยไม่ปรากตว่าจำเลยแย่งที่ดินของโจทเมื่อไร ตรงไหน มากน้อยเท่าได. สาลชั้นต้นได้ไปดูสภาพของที่พิพาทก่อนสืบพยาน และฟังคำพยานโจทจำเลยแล้ววินิจฉัยว่า ฉเพาะที่พิพาทนี้เปนที่ว่างเปล่าทั้งฝ่ายโจทจำเลยหามีสิ่งไดที่ถือเปนกัมสิทธิไม่เมื่อปรากตว่าต่างฝ่ายแย่งกันทำดังที่คู่ความแถลงต่อสาล ต่างก็ควนได้ที่นี้คนละครึ่ง จึงพิพากสาไห้แบ่งที่พิพาทแก่โจทจำเลยคนละครึ่ง โจทและจำเลยต่องอุธรณ์. สาลอุธรน์เห็นว่า ฟ้องของโจทไม่เคลือบคลุมคือ โจทฟ้องว่าพอได้รับไบเหยียบย่ำมาแล้วก็เข้าก่นถาง แล้วจำเลยก็เข้าแย่งทำจึงพออนุมานได้ว่า หาว่าจำเลยแบ่งทำไนปีที่รับไบเหยียบย่ำนั้นเอง ส่วนข้อเท็ดจิงสาลอุธรน์ฟังว่า เมื่อโจทได้รับไบเหยียบย่ำแล้วก็ได้ก่นถางที่พิพาทและปลูกข้าว นับว่าโจทได้ทำประโยชน์ไนที่ที่จับจองปีแรก ไบเหยียบย่ำของโจทจึงยังไม่ขาดอายุ จึงพิพากสากลับห้ามมิไห้จำเลยเข้าเกี่ยวข้องที่พิพาท. จำเลยดีกา สาลดีกาเห็นว่าหนังสือซื้อขายไม่ไช่หนังสือสำคันสำหรับที่ดิน แม้จะทำซื้อขายกันที่อำเพอ ก็ไม่ทำไห้หนังสือนั้นกลายเปนหนังสือสำหรับที่ดินไปได้+ หากว่าที่พิพาทรายนี้จะหยู่พายุไนหนังสือซื้อขายจำเลยจะมีสิทธิไนที่รายนี้ดีกว่าคนอื่น ก็ต่อเมื่อจำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์ จึงฟังว่าโจทมีสิทธิดีกว่าจำเลย เพราะโจทขอจับจองมีไบเหยียบย่ำและได้เข้าทำประโยชน์มาก่อนจำเลย. ในเรื่องฟ้องโจทแม้จะมิได้ระบุว่าจำเลยเข้าแย่งทำเมื่อวันเดือนได ก็ไม่ทำไห้เห็นว่า ฟ้องของโจทเคลือบคลุมแต่หย่างไดเพราะจำเลยก็เข้าไจฟ้องของโจทดีแล้ว จนถึงต่อสู้คดีได้เปนกิจจะลักสนะ ซ้ำที่ที่ว่าตรงไหนมากน้อยเท่าไดนั้น ก็มีปรากตอยู่ไนแผนที่โจท จำเลยนำชี้ก่อนสาลลงมือพิจารนาแล้ว ถึงแม้ฟ้องของโจทจะไม่กล่าว แต่ก็ได้ตกลงกันทำแผนที่พิพาทเพิ่มเติมเปนที่รู้กันดีแล้ว ไนเรื่องอายุความจำเลยไม่ยกขึ้นสู้หรือว่ากันมาแต่ต้น จึงฟังไม่ได้ พิพากสายืนตาม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 866/2485 นายขำ อินหนู โจทก์ นางหนูเคล้า คงขาวที่ 1,นายเคว็ด จิตรแก้งที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายขำ อินหนู · จำเลย - นางหนูเคล้า คงขาวที่ 1,นายเคว็ด จิตรแก้งที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อ.ช. เพ็นชาติ · อ.ช. เพ็นชาติ · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายเริ่ม น+ · ศาลอุทธรณ์ - เชื้อ ราชปรีชา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 142/2492ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1721/2528ฎีกา 5473/2548ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 4415/2528ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 2718/2538ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 4470/2543ฎีกา 1131/2502ฎีกา 6058/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา