คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 243/2486
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำละเมิดโดยระบุช่วงเวลาที่กระทำละเมิด ถือว่าเป็นการบรรยายข้อเท็จจริงที่ชัดแจ้งเพียงพอแล้ว
ย่อคำพิพากษา
โจทบันยายฟ้องว่า "ข้าพเจ้าซาบว่าระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนเมสายน 2484 จำเลยที่ 1 สมคบกัน จำเลยที่ 2 บังอาดกะทำละเมิด" ดังนี้ ย่อมถือได้ว่าเปนฟ้องที่ชัดแจ้งพอที่จะเข้าไจได้แล้วว่าโจทกล่าวยืนยันข้อเท็ดจิงว่าจำเลยได้กะทำละเมิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
สาลชั้นต้นวินิฉัยฟ้องของโจทไนประเด็นข้อหาที่ว่า "ครั้นวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๘๔ ข้าพเจ้าซาบว่าระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนเมสายน ๒๔๘๔ รวม ๔ เดือน จำเลยที่ ๑ สมคบกับจำเลยที่ ๒ บังอาดกะทำละเมิด"
สาลชั้นต้นเห็นว่าโจทกล่าวแต่เพียงว่า ซาบว่าเท่านั้น ไม่ได้กล่าวยืนยันข้อเท็ดจิงว่า จำเลยได้กะทำละเมิด จึงเปนฟ้องที่ไม่มีรายการข้อกล่าวหาโดยแจ้งชัด ไม่ชอบด้วย ป.ว.พ.มาตรา ๖๗,๑๗๒ จึงพิพากสาว่าฟ้องโจทไม่มีมูลอันควนรับไว้พิจารนา ไห้ยกฟ้อง
โจทอุธรน์ สาลอุธรน์วินิจฉัยว่า คำฟ้องดังกล่าวแล้วชัดแจ้งพอที่จะเข้าไจได้แล้วว่า โจทกล่าวยืนยันข้อเท็ดจิงว่าจำเลยได้กะทำละเมิด จำเลยก็มิได้ยกขึ้นเปนข้อต่อสู้ไนข้อนี้ จึงพิพากสาไห้ยกคำพิพากสานั้นเสีย ไห้สาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็ดจิงแล้วพิพากสาไหม่ตามกะบวนพิจารนา
จำเลยดีกา สาลดีกาเห็นว่า เมื่อได้อ่านฟ้องโจทโดยทั่งกันแล้ว เปนที่เข้าไจได้ว่าโจทหาว่าจำเลยละเมิดขุดเอาแร่ดีบุกของโจทไป ๓๐๐ หาบ จึงเห็นพ้องด้วยสาลอุธรน์ว่า ฟ้องเช่นนี้เปนฟ้องชัดแจ้งตามมาตรา ๑๗๒ วัค อ.ป.ว.พ. แล้ว จึงพิพากสายืนตามสาลอุธรน์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 243/2486
นายเต๊กอั้นหรือปรีชา รัตกุล โจทก์
นายโปจ้วน กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเต๊กอั้นหรือปรีชา รัตกุล · จำเลย - นายโปจ้วน กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | คง อิสรภักดี · เยี่ยม เลขวนิชธัมวิทักส์ · ธ.บุนยะปานะ. |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายคำ + · ศาลอุทธรณ์ - นายมนูภันย์ + |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา