คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 269/2486
ย่อคำพิพากษา
กรนีที่ถือว่าบันยายฟ้องเปนความผิดถานฉ้อโกง
บันยายฟ้องเปนความผิดถานฉ้อโกง สาลจะลงโทษถานยักยอกไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทฟ้องกล่าวว่าจำเลยได้ไช้อุบายหลอกลวงเอาความเท็ดมาแจ้งแก่นางอินว่าจำเลยจะขอรับเงินไปไถ่ของที่จำนำมาคืนไห้ โดยเจตนาทุจริตหลอกลวงไห้นางอินหลงเชื่อจึงมอบเงิน ๕ บาท เพื่อไห้จำเลยไปไถ่คืน และไนวันนั้นจำเลยมาขอรับเงินคืนอีก ๑๒ บาท ว่าจะนำไปไถ่ทรัพย์ของจำเลยแล้วจะนำมาจำนำนางอิน ๆ จึงมอบเงิน ๑๒ บาทไห้จำเลยไปอีก แล้วจำเลยบังอาดมีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาเงินทั้ง ๒ จำเลยที่ได้รับมอบไปเปนประโยชน์ส่วนตัวเสีย
สาลชั้นต้นพิจารนาแล้วพิพากสายกฟ้องโจท
โจทอุธรน์ สาลอุธรน์พิพากสาแก้ว่า สำหรับเงินราย ๑๘ บาท จำเลยมีความผิดตามมาตรา ๕๐๔ จำคุก ๑๕ วัน
โจทดีกา แต่ฉะเพาะเรื่องเงิน ๕ บาท โดยโจทเห็นพ้องด้วยข้อวินิฉัยของสาลอุธรน์ว่าเงินรายนี้ลักสนะความผิดไม่เปนถานฉ้อโกง แต่ตามรูปคดีเปนเรื่องยักยอกซึ่งโจทได้บันยายมาไนฟ้องและขอไห้ลงโทสตามมาตรา ๓๑๔ ด้วย สาลดีกาเห็นว่าข้อความที่โจทกล่าวไนฟ้องสำหรับเงินราย ๕ บาทนั้น เห็นได้ว่าโจทฟ้องจำเลยไนถานฉ้อโกงหาไช่ถานยักยอกไม่เมื่อโจทกล่าวรวม ๆ กันเช่นนี้ ก็ต้องดูไจความเปนไหย่ เพราะความผิดถานฉ้อโกงกับถานยักยอกนั้น แตกต่างกัน ทั้งโจทมิได้กล่าวมาไนฟ้องไห้ชัดว่า ประสงค์จะฟ้องทั้ง ๒ ถาน เมื่อโจทฟ้องจำเลยถานประสงค์จะฟ้องทั้ง ๒ ถาน เมื่อโจทฟ้องจำเลยถานฉ้อโกงแล้วจะมาขอไห้ลงโทสถานยักยอกนั้นหาได้ไม่ จึงพิพากสายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 269/2486
อัยการสมุทรสงคราม โจทก์
นายชม อินสังคะ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการสมุทรสงคราม · จำเลย - นายชม อินสังคะ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จำรูญ โปษยานนท์ · อ.อิสรภักดี · ย.เลขวนิชธัมวิทักส์. |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายสรรค์ + · ศาลอุทธรณ์ - นายอุนพัฒน์ สุนทรสุต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา