⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 498/2486

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 498/2486

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การในชั้นสอบสวนแตกต่างจากคำฟ้องของโจทก์ โดยอ้างว่าผู้เสียหายแจ้งข้อเท็จจริงเพียงบางส่วน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมดตามที่โจทก์ฟ้อง ถือว่ายังไม่เพียงพอที่จะลงโทษจำเลยตามกฎหมายได้

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทกล่าวแต่เพียงว่าผู้เสียหายได้ไปแจ้งแก่จำเลยว่า นายปิ่งข่มขืนชำเราเด็กหยิงเคี่ยม ครั้นไนชั้นสอบสวนจำเลยกลับไห้การว่า ผู้เสียหายไปแจ้งต่อจำเลยเพียงว่าเด็กหยิงเคี่ยมหนีไปจากนายลา นายลามิได้แจ้งว่านายปิ่งข่มขืนชำเราเด็กหยิงเคี่ยมเช่นนี้ยังไม่พอลงโทสจำเลยตาม ม. 154(2) ขอเพิ่มเติมฟ้องอ้างบทลงโทสเพิ่มขึ้นอีกโดยกล่าวฟ้องเดิมยังบกพร่องหยู่นั้นถือว่าไม่ได้สแดงเหตุอันสมควนสาลอนุญาตไห้เพิ่มเติมฟ้องไม่ได้ (อ้างดีกาที่ 774/2481).

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.148 กฎหมายลักษณะอาญา ม.154 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.163 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.164 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.184 ประมวลกฎหมายอาญา ม.154

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ข้อเท็ดจิงไนคดีนี้ฟังได้ว่า นายลา, นายซาน, เด็กหยิงเคี่ยมได้พากันไปแจ้งต่อจำเลยซึ่งเปนผู้ไหย่บ้านว่านายปิ่งข่มขืนกะชำเราเด็กหยิงเคี่ยม จำเลยได้พาเหล่านั้นไปแจ้งความต่อพนักงานตำหรวด++ แต่พนักงานตำหรวดอำเพอปทุมวามีไม่รับคำร้องทุข ว่าเกิดเหตุไนอำเพอจตุรทักตร์พิมาน นายสา++เด็กหยิงเคี่ยมจึงไปร้องทุขเองโดยลำพังที่สถานีตำหรวดจตุรพักตร์พิมาน โดยจำเลยบอกว่าจะตามไปพายหลัง ต่อมาพนักงานสอบสวนได้เรียกจำเลยมาสอบสวนในเรื่องนี้ จำเลยไห้การว่า นายถาไปไปแจ้งต่อจำเลยเพียงว่าเด็กหยิงเคี่ยมหนีไปจากนายลา นายลามิได้แจ้งว่านายปิ่งข่มขืนกะชำเราเด็กหยิงเคี่ยม โจทจึงขอไห้ลงโทสจำเลยตาม ม.๑๕๔(๒) อนึ่งเมื่อสืบพยานโจทหมดแล้ว โจทอื่นคำร้องขอเพิ่มคำขอท้ายฟ้องขอไห้ลงโทษจำเลยตาม ม.๑๑๘ ด้วยอ้างว่าคำ+ท้ายฟ้องเดิมยังบกพร่อง ซึ่งจำเลยคัดค้านและสาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาต สาลชั้นต้น พิจารนาแล้ว พิพากสายกฟ้องโจท โจทอุธรน์ทั้งคำพิพากสาและคำสั่ง สาลอุธรน์ฟังว่าคำร้องของโจทที่ขอเพิ่ม+ความผิดนั้นมีเหตุอันควนแล้ว จึงอนุญาตไห้เพิ่มถานความผิดตาม ม. ๑๑๘ ได้ ส่วนปัญหาที่ว่าจำเลยจะมีความผิดตาม ม. ๑๕๔(๓) สาลอุธรน์เห็นว่าจำเลยไม่ผิด แต่จำเลยผิดตาม ม. ๑๑๘ จึงพิพากกลับไห้จำคุกจำเลย ๒ เดือนถานแจ้งความเท็ด โจทจำเลยดีกา สาลดีกาเห็นว่าจะลงโทสจำเลยตาม ม. ๑๕๔(๒) ยังไม่ได้ เพราะคดีโจทยังไม่สแดงว่าจำเลยได้ไห้การเช่นนั้นด้วยเจตนาจะช่วยผู้อื่นไห้พ้นอาญาตามกดหมาย ส่วนดีกาจำเลย+ที่สาลอุธรน์อนุญาตไห้โจทแก้ฟ้องโดยเพิ่มเติมถานความผิดนั้น สาลดีกาเห็นว่า การจะขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องจะต้องมีเหตุอันควร โจทจึงจะมีอำนาดยื่นคำร้องได้การที่โจทกล่าวสั้น ๆ ว่าฟ้องเดิมยังบกพร่องหยู่นั้นไม่เปนการสแดงเหตุผลอันสมควนหย่างไดเลย จึงพิพากสากลับไห้บังคับคดีไปตามคำสั่งและคำพิพากสาของสาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 498/2486 อัยการร้อยเอ็ด โจท นายเกาะ ม่วงพวง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจท - อัยการร้อยเอ็ด · จำเลย - นายเกาะ ม่วงพวง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 48-50/2467ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 3593/2529ฎีกา 425/2486ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา