คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 812/2486
ย่อคำพิพากษา
โจทฟ้องว่าลูกจ้างของจำเลยขับรถอันเปนปรกติธุระของจำเลยชนรถยนต์ของโจทเสียหายโดยประมาทเลินเล่อ จำเลยต่อสู้ว่าการชนเกิดจากความผิดของฝ่ายโจท ไม่ได้กล่าวว่าลูกจ้างของจำเลยไม่ได้ทำการไนทางการที่จ้างดังนี้ ย่อมไม่มีประเด็นที่จำเลยไม่ได้ต่อสู้นั้นและโจทไม่จำต้องนำสืบ. ไนคดีแพ่งโจทไม่ต้องนำสืบไนข้อที่ไม่มีประเด็นต้องโต้เถียงกัน ไนคดีแพ่งนั้นคำไห้การจำเลยต้องสแดงโดยชัดแจ้งว่าจำเลยยอมรับหรือปติเสธข้ออ้างของโจททั้งสิ้นหรือแต่บางส่วนรวมทั้งเหตุแห่งการนั้น.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทฟ้องขอไห้บังคับไห้จำเลยทั้งสองไช้ค่าเสียหายไห้แก่โจท ๓๑๑๖ บาท โดยโจทกล่าวไนฟ้องว่าจำเลยที่ ๒ เปนลูกจ้างขับขี่รถยนต์ของจำเลยที่ ๑ ปันทุนสิ่งของเปนปรกติธุระของจำเลยที่ ๑ วันเกิดเหตุจำเลยที่ ๒ ขับขี่รถยนต์ซึ่งเวลานั้นรับจ้างบันทุกปูนสิเมนต์โดยความเร็วด้วยความประมาทปราสจากความระมัดระวัง แล่นตัดหน้ารถยนต์โจทไนระยะไกล้ เปนเหตุไห้รถยนต์ของโจทปะทะรถยนต์จำเลยที่ ๑ โจทได้รับความตกไจและบาทเจ็บและรถยนต์โจทได้รับความเสียหาย
จำเลยที่ ๑ ไห้การปติเสธว่า เปนความประมาทเลินเล่อของลูกจ้างโจทเอง รถของจำเลยไม่ได้ขับเร็วไม่ได้ประมาทเลินเล่อ
จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำไห้การและชั้นพิจารนา
สาลชั้นต้นพิจารนาแล้ว พิพากสาไห้จำเลยที่ ๑-๒ ไช้ค่าเสียหายไห้โจท ๓๐๑๖ บาท
จำเลยที่ ๑ อุธรน์ สาลอุธรน์เห็นว่าคำไห้การจำเลยที่ ๑ ยังฟังไม่ได้ว่า ได้รับว่าจำเลยที่ ๒ เปนลูกจ้างได้กะทำไปไนทางการที่จ้าง และเห็นว่าเปนหน้าที่ที่โจทจะต้องนำสืบไห้ได้ความตามข้อนี้ จึงพิพากสาแก้ ไห้ยกฟ้องฉเพาะจำเลยที่ ๑ นอกนั้นคงยืนตาม
โจทดีกา สาลดีกาเห็นว่า โจทได้สแดงไนคำฟ้องถึงข้ออ้างที่ว่าจำเลยที่ ๒ ได้กะทำการไนทางการที่จ้าง ป.ม.วิธีพิจารนาความแพ่งฯ ม. ๑๗๗ บัญญัติไห้จำเลยสแดงโดยชัดแจ้งไนคำไห้การว่า จำเลยยอมรับหรือปติเสธข้ออ้างของโจททั้งสิ้นหรือแต่บางส่วน รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น สาลดีกาได้+เพราะคำไห้การของจำเลยที่ ๑ แล้วเห็นว่า จำเลยที่ ๑ ไห้การปติเสธ อ้างเหตุแต่ฉเพาะเรื่องที่ว่าลูกจ้างของโจทเองประมาทเลินเล่อ ลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ ไม่ได้ประมาทเลินเล่อแม้จะเลินเล่อด้วยกันความประมาทเลินเล่อของโจทเกิดขึ้นพายหลังและไกล้ชิดกับเหตุ ข้ออ้างของจำเลยที่ปติเสธความรับผิดมีเพียงเท่านี้ เมื่อจำเลยได้สแดงโดยชัดแจ้งไนคำไห้การปติเสธข้ออ้างของ+ที่ว่าจำเลยที่ ๒ เปนลูกจ้างกะทำการไนทางการ+แล้ว จำเลยจึงไม่มีประเด็นที่จะโต้เถียงไนข้อนี้+ไดได้ ไนคดีแพ่ง โจทไม่ต้องนำสืบไนข้อที่ไม่+ ประเด็นโต้เถียงกันเช่นไนข้อนี้ จึงพิพากสาไห้ยกคำพิพากสาสาลอุธรน์ ไห้สาลอุธรน์พิจารนาพิพากสา+ต่อไป.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 812/2486
ร.อ.วัน รุยาพร ร.น. โจทก์
นาย+ติ่ง นายโง่ว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ร.อ.วัน รุยาพร ร.น. · จำเลย - นาย+ติ่ง นายโง่ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ป.สุวรรนสร · เคลื่อน อิสรภักดี · เคลื่อน อิสรภักดี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หม่อมเจ้าเพลิงนพดลระพีพัธน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายมนูกันย์ หสีละเมียร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา