คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2487
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้แบ่งสินสมรส หากคู่กรณีตกลงกันไม่ได้ ให้ดำเนินการขายทอดตลาด และผู้ที่ต้องการได้ทรัพย์สินนั้นไป จะต้องชำระราคาตามที่ศาลกำหนด ไม่สามารถนำส่วนแบ่งของตนมาหักลบได้
* คำขอท้ายฟ้องให้แบ่งสินสมรส หมายถึงการขอแบ่งตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น ไม่สามารถนำทรัพย์สินที่ศาลยกฟ้องไปหักลบจากคำขอท้ายฟ้องได้
* การฟ้องคดีแบ่งมรดกหรือสินสมรส เป็นการอ้างสิทธิในทรัพย์สินและขอแบ่งตามสิทธิ แต่โจทก์มีหน้าที่ต้องตีราคาทรัพย์สินเพื่อคำนวณค่าธรรมเนียมศาล
ย่อคำพิพากษา
สาลพิพากสาไห้แบ่งสมรส 3 ส่วนเปนของโจท 1 ส่วนของจำเลย 2 ส่วน ถ้าแบ่งไม่ตกลง ก็ไห้ประมูนหรือขายทอดตลาดดังนี้ จำเลยจะขอส่ง 1 ไน 3 ของราคาทรัพย์ที่โจทตีราคามาไนฟ้องไม่ได้ไนเมื่อโจทไม่ยอมจะต้องส่งทรัพย์มาประมูนหรือขายทอดตลาด
สาลพิพากสาไห้แบ่งสินสมรสและว่าไม่ไห้เกินคำขอนั้นหมายความว่าไม่ไห้เกินคำขอท้าย ฟ้องโดยจะคิดหักราคาทรัพย์รายที่สาลยกฟ้องมาหักจากคำขอท้ายฟ้องไม่ได้
คดีฟ้องแบ่งมรดกหรือสินสมรสนั้นเปนการกล่าวอ้างสิทธิไนตัวทรัพย์และขอแบ่งตามสิทธินั้น ๆ แต่โจทจำต้องตีราคาทรัพย์เพื่อคำนวนค่าธัมเนียม.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คู่ความโต้เถียงกันไนการบังคับคดี ซึ่งสาลเดิมพิพากสาไว้ว่า ไห้จำเลยส่งสินสมรสระหว่างโจทกับหลวงนครจีนวิจารน์ไช้สินเดิมของโจทและหลวงนครจีนวิจารน์ที่หมดไป ไนระหว่างที่หยู่กินด้วยกัน ฯลฯ เมื่อเอาสมรสไช้สินเดิมแล้วยังมีเหลือสินสมรสเท่าได ก็ไห้แบ่งเปน ๓ ส่วน ได้แก่โจท ๑ ส่วน หลวงนครจีนวิจารน์ ๒ ส่วน แต่ส่วนได้ของโจทไม่ไห้เกินคำขอ ถ้าทรัพย์อะไรแบ่งไม่เปนที่ตกลงกัน ก็ไห้ประมูนหรือขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งปันกันดังกล่าวแล้ว สาลอุธรน์และสาลดีกาพิพากสาไนรายการแห่งทรัพย์บ้างแล้วระบุว่านอกจากที่แก้คงยืน
สาลชั้นต้นสั่งบังคับคดีว่า ที่ว่าไม่ไห้เกินคำขอนั้น หมายถึงไม่ไห้เกินคำขอท้ายฟ้องโดยจะเอาทรัพย์รายที่สาลยกฟ้องมาหักจากคำขอท้ายฟ้องไม่ได้ และจำเลยจะขอวางเงิน ๑ ไน ๓ ตามราคาของทรัพย์ที่โจทตีราคามาท้ายฟ้องโดยจะไม่ยอมส่งทรัพย์มาประมูนหรือขายทอดตลาดไม่ได้
จำเลยอุธรน์ สาลอุธรน์ พิพากสาว่า จำเลยขอวางเงินราคา ๑ ไน ๓ ที่โจทตีราคาไนมาฟ้องได้ และทีว่าไม่ไห้คำขอนั้น ต้องคิดหักราคาทรัพย์รายที่ถูกยกฟ้องออกจากคำขอท้ายฟ้อง
โจทจำเลยดีกา สาลดีกาวินิฉัยว่า ตามคำพิพากสาบังคับไห้แบ่งกัน ถ้าไม่ตกลงก็ไห้ประมูนหรือขายทอดตลาดมิได้เปิดช่องไห้เลือกทำหย่าง ๑ หย่างไดได้ คดีไม่ปรากตว่าจำเลยไม่สามารถมาแบ่งหรือทรัพย์ไม่มีตัว ฉะนั้นการที่จำเลยขอส่งทรัพย์จึงเปนการนอกเหนือคำพิพากสาอีกนัยหนึ่งโจทจะเอาเปรียบจำเลยโดยถือเอาราคาทรัพย์มาไนฟ้องไม่ได้ฉันได จำเลยก็เอาเปรียบฉันนั้น ไนเมื่อปรากตว่าเวลาบังคับคดีราคาทรัพย์สูงขึ้นหรือต่ำลง และโจทจำต้องตีราคาทรัพย์มาเพื่อคำนวนการเรียกค่าธัมเนียมสาล ส่วนการแบ่งทรัพย์ต้องแบ่งตามส่วนที่โจทควนได้ เพราะการขอแบ่งมรดกและสมรสเช่นนี้เปนการกล่าวอ้างสิทธิไนตัวทรัพย์และขอแบ่งตามสิทธินั้น ๆ และคำว่าส่วนได้ไม่เกินคำขอสาลดีกาเห็นพ้องด้วยสาลชั้นต้น จึงพิพากสายืนตามสาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2487
นางกิมเม้ง นครจีนวิจารน์ โจทก์
นายจิ้นฮวด สีละพันธ์ นายจิ้นเหม็ง สีละพันธ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางกิมเม้ง นครจีนวิจารน์ · จำเลย - นายจิ้นฮวด สีละพันธ์ นายจิ้นเหม็ง สีละพันธ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทิพปัญญา อ. บุปผเวส · ทิพปัญญา อ. บุปผเวส · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายบุญเรือน กาเล็ก · ศาลอุทธรณ์ - นายขจร สุนทโรทัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา