คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 392/2489
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีต่อหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในฐานะหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องระบุชื่อหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากระบุผิดพลาด ศาลจะยกฟ้อง
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องเทศบาลเมืองสงขลาให้รับผิด แต่มิได้ระบุเอาเทศบาลเมืองสงขลาเป็นจำเลยรับผิด แม้จะบรรยายไว้ในฟ้องว่า จำเลยมีตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรี ก็ถือว่าฟ้องจำเลยเป็นส่วนตัว ต้องยกฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องนายเสรี เลขะกุลเป็นจำเลย กล่าวในฟ้องว่า จำเลยมีตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีแห่งเทศบาลเมืองสงขลา ได้ประเมินเก็บภาษีเกินกว่าอัตราและไม่มีพิกัดในกฎหมาย โจทก์ยื่นอุทธรณ์แล้วจำเลยคงสั่งยืนไม่ยอมแก้ไขขอให้ศาลห้ามและเก็บค่าภาษีเพียง ๑๘ บาท
จำเลยให้การต่อสู้ว่า ภาษีรายนี้ เทศบาลเมืองสงขลาเป็นผู้เก็บ โจทก์จะมาฟ้องให้จำเลยรับผิดเป็นส่วนตัวไม่ได้ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เทศบาลเมืองสงขลาเป็นนิติบุคคล ต่างหากจากบุคคลธรรมดา ตามคำบรรยายฟ้องโจทก์ โจทก์ระบุนามบุคคลที่เป็นจำเลยโดยไม่มีข้อความแสดงให้เห็นว่า ได้ฟ้องในฐานะอย่างอื่นแล้ว ก็ต้องถือว่า เป็นการฟ้องในฐานะส่วนตัวของบุคคลนั้นเสมอ คดีนี้โจทก์จะฟ้องจำเลยให้รับผิดเป็นส่วนตัวไม่ได้ พิพากษายืนให้ยกฟ้องของโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 392/2489
นายสุภักษร วิริยากร โจทก์
นายเสรี เลขะกุล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุภักษร วิริยากร · จำเลย - นายเสรี เลขะกุล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · อิศรภักดีธรรมวิเทต · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงวรนิติปรีชา · ศาลอุทธรณ์ - พระพิบูลย์ไอศวรรย์สุจริตกุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา