คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 565/2489
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การบรรยายฟ้องที่ระบุเวลาเกิดเหตุไม่ชัดเจน อาจทำให้ศาลตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่จำเลยได้
* การขอแก้ฟ้องต้องแสดงเหตุอันควร มิฉะนั้นศาลมีอำนาจไม่อนุญาต
* หากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในชั้นพิจารณาแตกต่างจากที่โจทก์บรรยายฟ้องในลักษณะคดี ศาลมีอำนาจพิพากษายกฟ้องได้ แม้จำเลยบางคนจะมิได้อุทธรณ์
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทำผิดวันที่ 27 เวลากลางคืนถึงวันที่ 28 เดือนเดียวกัน ไม่ได้บอกว่าเวลาไหน ดังนี้ควรฟังว่าโจทก์หมายถึงเวลากลางคืนเริ่มต้นของวันที่ 28 ต่อจากวันที่ 27 ทางพิจารณาได้ความว่า ทำผิดวันที่ 28 เวลากลางวัน ต้องยกฟ้อง
คำร้องขอแก้ฟ้องต้องมีเหตุอันควร เมื่อโจทก์ไม่ได้แสดงเหตุอันควรที่ขอแก้ ศาลไม่อนุญาตให้แก้
จำเลยสองคนรับของโจรต่อทอดจากกัน ทางพิจารณาปรากฏว่า เวลาเกิดเหตุสำหรับจำเลยคนหลังต่างกับที่โจทก์กล่าวในฟ้อง ต้องยกฟ้องโจทก์ ดังนี้ เป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลมีอำนาจพิพากษายกฟ้องตลอดถึงจำเลยคนแรกที่มิได้อุทธรณ์ด้วยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องมีใจความว่า มีคนร้ายลักเหล็กของเจ้าทรัพย์ไปในระหว่างวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๔๘๙ เวลากลางคืน นายไข่จำเลยได้รับซื้อเหล็กที่กล่าวแล้วไว้จากคนร้ายในระหว่งวันเวลาที่ดังกล่วแล้วถึงวันที่ ๒๘ เดือนเดียวกัน นายน้อยจำเลยได้ซื้อเหล็กนั้นจากนายไข่จำเลยในวันที่ ๒๘ นั้นนั่นเองเวลากลางคืน โดยจำเลยรู้ว่าเป็นของที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย ขอให้ลงโทษ
เมื่อสืบพะยานโจทก์เสร็จแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องว่า ตามฟ้องของโจทก์ที่ว่าเหตุเกิดเวลากลางคืนนั้นผิดไป ขอแก้เป็นเวลากลางวัน ฝ่ายจำเลยคัดค้านไม่ยอมให้แก้ ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้แก้ไขได้ และตัดสินลงโทษจำเลย
นายย้อยจำเลยผู้เดียวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ปล่อยจำเลยไปทั้งสองคน
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาเห็นว่า โจทย์ฟ้องนายไข่จำเลยที่ ๑ ว่ากระทำผิดในระหว่างวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๔๘๗ เวลากลางคืน ถึงวันที่ ๒๘ เดือนเดียวกัน ไม่ได้กล่าวว่าถึงวันที่ ๒๘ เวลาไหน อาจจะแปลว่าเป็นเวลาวันที่ ๒๘ เวลากลางวันซึ่งเป็นเรื่องโจทก์ฟ้องเคลือบคลุมก็ได้ ศาลฎีกาแปลว่า โจทก์ฟ้องหมายถึงเวลาเริ่มต้นของวันที่ ๒๘ ซึ่งเป็นเวลากลางคืนระหว่างวันที่ ๒๗ กับ ๒๘ ติดต่อกัน ส่วนเรื่องที่โจทก์ขอแก้เวลากระทำผิดของนายย้อยจำเลยนั้น โจทก์กล่าวความห้วน ๆ ว่า เวลากลางคืนผิดไปขอแก้เป็นเวลากลางวันหาได้ชี้แจ้งแสดงเหตุผลที่ขอแก้ไม่ตาม ป.ม.วิ.อาญา ม.๑๖๓ เมื่อโจทก์ไม่แสดงเหตุอันควร ก็แก้ไม่ได้ ข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาจึงต่างกับฟ้อง และเห็นว่าเรื่องข้อเท็จจริงต่างกับฟ้องในคดีนี้เป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้อุทธรณ์ได้ตามความใน ป.ม.วิ.อาญา มาตรา ๒๑๓ จึงพิพากษายืนให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 565/2489
อัยยการจังหวัดตรัง โจทก์
นายไข่ คงนิล กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายไข่ คงนิล กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · อิศรภักดีธรรมวิเทต · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นาย ส. จุฑาเทพ · ศาลอุทธรณ์ - พระประศาสน์วินิจฉัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา