คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 611/2489
ย่อคำพิพากษา
เมื่อกฎหมายให้ผู้พิพากษาลงนามในคำพิพากษาได้แล้วก็ย่อมเป็นผู้ทำคำพิพากษาได้ด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.10 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.22 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.23
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศางแขวงลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกาย
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลนายเดียวลงนามในคำพิพากษาโดยมิได้นั่งพิจารณา ไม่ถูกต้องตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม จีงให้ยกคำพิพากษา แล้วดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การพิจารณาพิพากษาคดีของผู้พิพากษานั้น ผู้พิพากษาทุกๆ นายเป็นองค์คณะและเป็นผู้ที่พิพากษาคดีนั้นด้วยกับทุกคน จะแยกว่าคน ๑ เป็นผู้ทำคำพิพากษาและคนอื่น ๆ เป็นแต่ลงชื่อเพื่อให้ครบองค์คณะนั้นหาถูกต้องไม่ สำหรับศาลแขวงผู้พิพากษานายเดียวก็เป็นองค์คณะ ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๑๐ นั้น แม้หัวหน้าศาลไม่ได้นั่งพิจารณาก้ให้ลงลายมือชื่อในคำพิพากษาได้ ซึ่งหมายถึงการพิพากษาคดีนั่นเอง จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยต่อไปตามกระบวนความ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 611/2489
พนักงานอัยยการ และนายเอง แซ่ลี้ โจทก์
นายใต้ปุ้น แซ่ลี้ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยยการ และนายเอง แซ่ลี้ · จำเลย - นายใต้ปุ้น แซ่ลี้ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระมนูนัยวิมลวาจน์ · ศาลอุทธรณ์ - พระพิบูลไอศวรรย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา