คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 66/2489
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยไม่สามารถระบุรายละเอียดในประเด็นที่ศาลสั่งให้ชี้แจงให้ชัดเจนได้ทั้งหมด ยังไม่ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ หากยังมีประเด็นอื่นที่จำเลยให้การต่อสู้ไว้และศาลต้องพิจารณา.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยให้การต่อสู้เป็นเท็จจริงและข้อกฎหมายไว้หลายประเด็น ศาลชั้นต้นให้จำเลยระบุให้ชัดเจนในประเด็นข้อหนึ่งว่า "สิ่งของตามบัญชีที่โจทก์ฟ้องบางส่วนนั้นมีอะไรบ้าง" จำเลยแถลงว่าไม่สามารถระบุให้ชัดเจนได้ดังนี้ ยังไม่เป็นเหตุที่จะไม่รับคำทำให้การจำเลย และถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การได้ เพราะนอกจากประเด็นที่ศาลตำหนิแล้ว ยังมีประเด็นอื่นที่จะพิจารณาอยู่อีก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างโรงเรียนช่างกลกรมรถไฟต่อมาจำเลยบอกเลิกสัญญา จำเลยได้สำรวจสิ่งของที่โจทก์ใช้ในการก่อสร้างตามบัญชีหมายเลข ๒ แล้วจำเลยให้คนอื่นรับช่วงทำการก่อสร้างต่อไป ในเรื่องผิดสัญญาจำเลยได้ฟ้องโจทก์เรียกค่าเสียหาย ศาลได้พิพากษาว่า สัมภาระเครื่องใช้เครื่องมือตามบัญชีหมายเลข ๒ นั้น ตามสัญญารับเหมายังเป็นของโจทก์อยู่ โจทก์จึงฟ้องขอเรียกเงินค่าสิ่งของตามบัญชีหมายเลข ๒ แลที่พักคนใช้ที่โจทก์สร้างรวมราคา ๖๗๙๒๗ บาท ๗๑ สตางค์ และขอหักหนี้กับจำเลยคงเรียกเพียง ๖๕๒๙๘ บาท ๗๑ สตางค์
จำเลยให้การต่อสู้หลายข้อหลายประเด็น รวมทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย สรุปความได้ว่า
๑. จำเลยไม่ได้ยึดทรัพย์ตามบัญชีที่โจทก์ฟ้องเพราะสิ่งของเครื่องใช้ส่วนหนึ่ง จำเลยเป็นผู้ซื้อมา บางส่วนโจทก์จัดหามาและจำเลยได้ชำระราคาไปแล้ว บางส่วนที่เหลือจากการก่อสร้าง ก็ได้ขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลไปแล้ว
๒. เนื่องจากโจทก์ผิดสัญญา จำเลยจึงมีสิทธิยึดหน่วงทรัพย์ของโจทก์ไว้เพื่อใช้หนี้ได้
๓. จำเลยตัดฟ้องว่า จำเลยได้ครอบครองทรัพย์ที่ยึดหน่วงไว้เกิน ๕ ปีแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกคืน
ศาลแพ่งสั่งว่า คำให้การจำเลยไม่ชัดว่าสิ่งของตามที่โจทก์ฟ้องบางส่วนนั้นมีอะไรบ้าง ให้ระบุมาให้ชัดเจนภายใน ๕ วัน
จำเลยยื่นคำแถลงว่า จำเลยไม่อาจ และไม่อยู่ในฐานะที่จะระบุให้ชัดเจนตามคำสั่งศาลได้ เพราะปรากฎว่าสิ่งของ เครื่องใช้ต่าง ๆ ได้แปรสภาพไปจากรูปเดิม เนื่องจากเลื่อยตัดก็นำไปใช้ในการก่อสร้าง จึงเป็นเศษไม้เหลืออยู่เป็นจำนวนมากขึ้น
ศาลแพ่งสั่งไม่รับคำให้การของจำเลย แล้วสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คำให้การของจำเลยมีข้อต่อสู้หลายข้อรวมทั้งข้อกฎหมายด้วย ซึ่งศาลชั้นต้นไม่ได้ตำหนิว่าไม่ควรรับ แต่กลับไม่รับคำให้การเสียหมดทุกข้อดังนี้ จึงพิพากษายกคำสั่งศาลแพ่ง ให้ศาลแพ่งรับคำให้การจำเลยไว้พิจารณา
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้ยื่นคำให้การต่อสู้เป็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายไว้หลายประเด็น ศาลแพ่งสั่งให้จำเลยยื่นคำให้การระบุให้ชัดเจนในประเด็นหนึ่งว่า สิ่งของตามบัญชีที่โจทก์ฟ้องบางส่วนนั้นมีอะไรบ้าง และจำเลยแถลงว่าไม่สามารถระบุให้ชัดเจนได้นั้น ยังไม่เป็นเหตุที่ที่จะไม่รับคำให้การจำเลยและถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ เพราะนอกจากประเด็นที่ศาลแพ่งตำหนิแล้ว ยังมีประเด็นอื่นที่ศาลจะต้องพิจารณาอยู่อีก แม้ในประเด็นที่ศาลตำหนินั้น จำเลยก็ได้แถลงแล้วว่าไม่สามารถจะทำได้ ซึ่งเป็นข้อที่ศาลควรจะวินิจฉัยในชั้นชี้ สองสถานหรือในชั้นพิจารณาอยู่เหมือนกัน จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 66/2489
นายสงวน ศรีบัว โจทก์
กรมรถไฟ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสงวน ศรีบัว · จำเลย - กรมรถไฟ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต · นาถปรีชา · ชัยประชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงสารนัยประสาสน์ · ศาลอุทธรณ์ - พระสารนิติปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา