⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 132/2490

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 132/2490

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยไม่มาศาลตามนัด จะถือว่าหลบหนีอันเป็นเหตุให้ปรับนายประกันได้หรือไม่นั้น ต้องพิจารณาว่าการไม่มาศาลนั้นมีเหตุจำเป็นหรือไม่ หากมีเหตุจำเป็น ศาลจะถือว่าจำเลยหลบหนีไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

สัญญาประกันมีข้อความว่า "ถ้าจำเลยหลบหนีหายเอาตัวมาบังคับบัญชาไม่ได้ ยอมรับผิดใช้เงินทดแทน" นั้น ถ้าปรากฎว่า จำเลยมีเหตุจำเป็นมาศาลตามนัดไม่ได้ ศาลจะถือว่า จำเลยหลบหนีอันเป็นเหตุให้ปรับนายประกันตามสัญญานั้นยังไม่ได้ การที่จะถือว่า จำเลยหลบหนีหรือไม่นั้น ต้องแล้วแต่ว่าการที่จำเลยไม่มาศาลนั้น มีเหตุจำเป็นหรือไม่ ถ้าจำเลยไม่มีเหตุจำเป็น แต่ไม่มาศาลเฉย ๆ ดังนี้ก็อาจถือว่าจำเลยหลบหนีได้ ศาลอุทธรณ์แก้ไม่ปรับนายประกันอัยยการโจทก์ฎีกาขอให้ปรับนายประกันได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.112 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.119

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีเรื่องนี้มีปัญหามาสู่ศาลฎีกาฉะเพาะเรื่องผิดสัญญาประกันได้ความว่า นายจันทร์กับพวกได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวจำเลยทั้งสองคนไป ในสัญญาประกันข้อสองมีข้อความว่า "ในระหว่างประกันนี้ ถ้าจำเลยหลบหนีหาย ศาลจะเอาตัวมาพิจารณาบังคับบัญชาไม่ได้เมื่อใด ข้าพเจ้ายอมรับผิดใช้เงินเป็นจำนวน ๒๐๐๐ บาททดแทนให้แก่ศาลจนครบ" ครั้นถึงวันนัด จำเลยทั้งสองไม่มาศาล นายประกันจึงยื่นคำร้องขอเลื่อนการพิจารณาไป ๑๕ วัน เพื่อตามตัวจำเลย ศาลชั้นต้นสั่งถอนประกันหมายจับจำเลย และให้เลื่อนคดีไป ต่อมานายประกันนำตัวจำเลยทั้งสองมาศาล ได้ความว่า เหตุที่จำเลยทั้งสองขาดนัด เป็นเพราะนายเป้าจำเลยเป็นไข้จับสั่นมีอาการมาก ไม่สามารถมาศาลได้ ส่วนนายประเสริฐจำเลยคุมล้อวัวไปค้าขายทางจังหวัดตาก ซึ่งตามปรกติจะกลับได้ทันวันนัด แต่บังเอิญวัวเทียมล้อหายในระหว่างทาง ต้องติดตามอยู่ จึงกลับไม่ทันวันนัด ได้ความดังนี้ ศาลชั้นต้นใช้ดุลย์พินิจ, ปรับกรณีนายเป้า ๑๐๐ บาท, นายประเสริ, ๑๐๐๐ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ปรับนายประกันเสีย โจทก์ฎีกา, ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องจำเลยขาดนัดเช่นนี้จะปรับนายประกันตามสัญญาข้อ ๒ ได้หรือไม่ ก็สุดแล้วแต่ว่าการขาดนัดนั้นได้เป็นไปโดยจำเป็นหรือไม่ ถ้าปรากฎว่าจำเลยคงมีตัวอยู่ ไม่ได้หลบหนีแต่ไม่มาศาลตามนัด ก็ฟังได้ว่าหลบหนีศาล เป็นเหตุให้ศาลเอาตัวมาพิจารณาบังคับบัญชาไม่ได้ซึ่งนายประกันจะต้องรับผิดตามสัญญาข้อสอง แต่ถ้าการขาดนัดนั้นเป็นไปโดยเหตุจำเป็น แม้จำเลยหรือนายประกันจุไม่ได้แจ้งให้ศาลทราบ ก็เป็นแต่ไม่ปฏิบัติตามที่ควร ซึ่งอาจเป็นผลร้ายแก่จำเลย เช่นถูกศาลถอนประกันเสียเป็นต้น แต่จะถือว่าหลบหนียังไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อเท็จจริงในคดีนี้ถือได้ว่ามีเหตุจำเป็น จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 132/2490 อัยยการจังหวัดสุโขทัย โจทก์ นายเป้า ป้อมแสง กับพวก จำเลย นายจันทร์ เคหะรักษ์, นายเปียก ป้อมแสง ป.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการจังหวัดสุโขทัย · จำเลย - นายเป้า ป้อมแสง กับพวก · ป. - นายจันทร์ เคหะรักษ์, นายเปียก ป้อมแสง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - หลวงพิศาลสารนิติ · ศาลอุทธรณ์ - พระนาปริญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1323/2535ฎีกา 2751/2522ฎีกา 850/2532ฎีกา 620/2524ฎีกา 2266/2515ฎีกา 2661/2523ฎีกา 26/2487ฎีกา 138/2525ฎีกา 2050/2527ฎีกา 568/2531ฎีกา 2843/2532ฎีกา 6625/2540ฎีกา 103/2525ฎีกา 7635/2556ฎีกา 359/2535ฎีกา 553/2510ฎีกา 835/2533ฎีกา 15250/2557ฎีกา 458/2533ฎีกา 720/2534ฎีกา 2929/2517ฎีกา 4282/2529ฎีกา 1260/2558ฎีกา 162/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา