คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 303/2490
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาที่อัตราโทษอยู่ในอำนาจศาลแขวงได้ แม้โจทก์จะขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนมากก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ในคดีเรื่องยักยอกทรัพย์ซึ่งอัตราโทษอยู่ในอำนาจศาลแขวงนั้น แม้โจทก์จะขอให้ใช้ราคาทรัพย์มากมายเพียงใดศาลแขวงก็มีอำนาจพิพากษาได้
ศาลแขวงลงโทษฐานยักยอกทรัพย์ แต่ไม่รับพิจารณาในเรื่องที่ขอให้ใช้ทรัพย์ เมื่อศาลสูงเห็นว่า การไม่รับพิจารณานั้นทำไม่ถูกต้อง ก็ย้อนสำนวนให้ศาลแขวงพิจารณาพิพากษาในเรื่องใช้ทรัพย์ใหม่.
(อ้างฎีกาที่ 180/2490)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องจำเลยฐานยักยอกทรัพย์ ขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน ๒๐๐๐ บาท ศาลแขวงพระนครเหนือสั่งรับฉะเพาะข้อหาทางอาญา ส่วนข้อที่ให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ไม่รับ เพราะขัดอำนาจศาล
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลแขวงพิพากษาลงโทษ
โจทก์อุทธรณ์ฉะเพาะข้อที่ศาลชั้นต้นสั่งให้แยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นในข้อที่ให้โจทก์แยกคำฟ้อง ให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาพิพากษาในข้อนี้ต่อไปตาม ป.ม.วิ.อาญา มาตรา ๒๐๘(๒)
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่ให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ถูกยักยอก ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคดีอาญา ทรัพย์จะมีราคาเท่าใดกฎหมายไม่จำกัดไว้ ศาลแขวงย่อมมีอำนาจพิพากษาได้จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 303/2490
พนักงานอัยยการกรมอัยยการ โจทก์
นายชด นาคแก้ว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยยการกรมอัยยการ · จำเลย - นายชด นาคแก้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต · ชัยประชา · ปรีชาวินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเจริญ ปันยารชุน · ศาลอุทธรณ์ - หลวงปริพนธ์พจน์พิสุทธิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา