คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 688/2502
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลประทับฟ้องจำเลยในข้อหารับของโจรแล้ว และจำเลยให้การรับสารภาพในข้อหานั้น โจทก์จะขอให้ศาลฎีกาประทับฟ้องในข้อหาลักทรัพย์ที่ศาลชั้นต้นไม่ประทับฟ้องและโจทก์มิได้โต้แย้งคำสั่งนั้นไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
ผู้ว่าคดีได้ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลแขวง โดยตั้งข้อหาว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ชั้นไต่สวนมูลฟ้องจำเลยรับในข้อหารับของโจร ศาลแขวงสั่งคดีมีมูล ประทับฟ้องฐานรับของโจร ส่วนข้อหาฐานลักทรัพย์ไม่ประทับฟ้อง โจทก์ก็ไม่ได้โต้แย้งหรือคัดค้านประการใด เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจร โจทก์ก็แถลงไม่สืบพยาน ดังนี้คดีไม่มีทางลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ได้อีก โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีการับฟ้องฐานลักทรัพย์อีกด้วย ข้อฎีกาของโจทก์จึงไม่เป็นสาระแก่คดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 214,15 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 242(1) ต้องยกฎีกาโจทก์เสีย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรและพรากเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ไปเสียจากผู้ปกครอง ชั้นไต่สวนมูลฟ้องจำเลยรับในข้อหารับของโจรและฐานพรากเด็ก ศาลแขวงพระนครเหนือสั่งประทับฟ้องเฉพาะความผิด 2 ฐานนี้แล้ว ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพนักงานอัยการเห็นว่า ความผิดฐานลักทรัพย์ ศาลแขวงมิได้พิพากษายกฟ้อง โจทก์จึงฟ้องต่อศาลอาญา ขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร และฐานพรากเด็กไปเสียจากผู้ปกครอง ศาลอาญารับฟ้องเฉพาะความผิดฐานรับของโจรและฐานพรากเด็ก
จำเลยรับสารภาพ โจทก์จำเลยไม่สืบพยาน
ศาลอาญาพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ให้จำคุก 1 ปี กระทงหนึ่ง มาตรา 317 ให้จำคุก 1 ปี อีกกระทงหนึ่ง ลดฐานรับสารภาพกึ่งหนึ่ง คงลงโทษทั้งสองกระทง รวม 1 ปี
โจทก์อุทธรณ์ ขอให้รับฟ้องฐานลักทรัพย์ด้วย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลอาญาประทับฟ้องเฉพาะความผิดฐานรับของโจรฯลฯ ส่วนข้อหาฐานลักทรัพย์ไม่รับประทับฟ้อง โจทก์ก็มิได้โต้แย้งหรือคัดค้านประการใด เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจรโจทก์ก็ไม่โต้แย้งหรือคัดค้าน โจทก์กลับแถลงไม่สืบพยานดังนี้ คดีไม่มีทางที่จะลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ได้อีก ข้อฎีกาของโจทก์จึงไม่เป็นสาระแก่คดี อาศัยอำนาจตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 214,15 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 242(1) พิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์เสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 688/2502
พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์
นางแสวง หรือระเบียบ อุดมผล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นางแสวง หรือระเบียบ อุดมผล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไชยเจริญ สันติศิริ · นิติธรรมประกรณ์ · สารนัยประสาสน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา