⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 411/2490

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 411/2490

ย่อคำพิพากษา

คำเสนอที่มีข้อความว่า มีประสงค์จะซื้อแร่ 60 ตัน วันนี้เพียง 10 ตันนั้น ถือว่าเป็นคำเสนอขอซื้อ 10 ตันส่วนอีก 60 ตันเป็นเพียงคำปรารภไม่ใช่คำเสนอและไม่ใช่คำมั่นจะซื้อ มีหนังสือเสนอซื้อแร่ในวันนั้นฝ่ายผู้ขายก็สนองรับขายในวันนั้นถือว่าว่าเป็นคำเสนอแก่ผู้อยู่ฉะเพาะหน้า ซึ่งจะสนองรับนั้นเวลานั้นเท่านั้น คำเสนอในส่วนที่ไม่สนองรับก็ย่อมเป็นผล ฝ่ายผู้ขายมีหนังสือถึงฝ่ายผู้ซื้อว่าตามที่ตกลงขายแร่ให้ ส่วนที่เหลือผู้ซื้อจะรับเมื่อไรซึ่งความจริงไม่มีการเสนอสนองค่าสัญญาในแร่ส่วนนี้ ดังนี้ ไม่ถือว่าเป็นคำสนอง เป็นแต่กล่าวอ้างถึงสิ่งซึ่งไม่มีและในกรณีคำเสนออยู่ก่อน ก็ย่อมทำให้กลายเป็นคำสนองขึ้นใหม่ตาม ม.359 ไม่ได้ คน 1 บอกขายทรัพย์อีกคน 1 บอกว่าเต็มใจซื้อ แต่มีอุปสรรคการนอกฟ้องนอกประเด็น จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.354 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.356 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.359 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.454

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาซื้อขายแร่ดีบุก ขอให้จำเลยส่งแร่ ๕๐ ตัน กับรับชำระราคาจากโจทก์สองแสนบาท กลับใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ห้าหมื่นบาท จำเลยต่อสู้ว่าไม่มีสัญญาต่อกัน ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ชนะคดี แต่มีความเห็นแย้ง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่าเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๔+๖ โจทก์มีหนังสือถึงผู้จัดการบริษัทจำเลยว่า โจทก์มีความประสงค์ขอซื้อแร่ดีบุก ๖๐ ตัน เพื่อส่งออกนอกประเทศ แต่จะขอซื้อวันนี้เพียง ๑๐ ตันก่อน ที่เหลือจะขอซื้อเป็นคราว ๆ จนกว่าจะหมด มีบันทึกของผู้ช่วยผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ท้ายหนังสือนั้นว่า ตกลงขายให้ ๑๐ ตันก่อน และมีคำสั่งให้ดำเนินการ และลงวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๔๘๖ ศาลฎีกาเห็นว่าดีบุก ๖๐ ตันนั้นโจทก์บอกไว้เป็นเชิงปรารถไม่ใช่คำมั่นว่าจะซื้อและกรณีนี้เป็นเรื่องคำเสนอแก่ผู้อยู่ฉะเพาะหน้า ซึ่งย่อมจะสนองรับได้แต่ณที่นั้นเวลานั้น ตาม ป.พ.พ.มาตรา ๓๕๖ ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำเสนอในดีบุกอีก ๕๐ ตัน ยังมีอยู่จนจำเลยทำการสนองรับในวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๔๘๖ ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย เพราะคำเสนอไม่มีแล้ว หนังสือฉะบับลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๔๘๖ ที่ฝ่ายจำเลยมีถึงโจทก์มีความว่า ตามที่บริษัทตกลงขายดีบุกให้ ๖๐๐๐๐ ก.ก. รับไปแล้ว ๑๑๐๘๙ ก.ก.เศษ เหลืออีก ๔๘๙๗๐ ก.ก.เศษ บริษัทอยากทราบว่าท่านจะมารับเมื่อไร ฝ่ายโจทก์ว่าเมื่อรับหนังสือนี้แล้วก็รีบไปติดต่อเพื่อขอรับแร่ แต่ขอผัดรับแร่เพราะมีอุปสรรคบางอย่างศาลฎีกาเห็นว่า หนังสือนั้นไม่มีข้อความเป็นคำสนอง เป็นแต่กล่าวท้าวถึงสิ่งซึ่งไม่มี จึงกลายเป็นคำเสนอใหม่ตาม ม. ๓๕๙ ไม่ได้ และศาลฎีกาเห็นว่าการมีบุคคล ๑ บอกขายทรัพย์อีกคน ๑ ตอบว่าเต็มใจซื้อ แต่เวลานี้ยังมีอุปสรรคหรือไม่มีเงินนั้น จะถือว่าเป็นคำสนองตลอดไปจนกว่าจะมีเงินไม่ได้ ข้อที่ศาลอุทธรณ์ว่าแม้ไม่มีความตกลงในเดือนกันยายนก็เกิดความตกลงในเดือนธันวาคมนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย เพราะเป็นหรือยังไม่มีเงินนั้น ไม่ถือว่า+ โจทก์ฟ้องว่าโจทก์+ซื้อขายกันในเดือนกันยายน+ ว่าทำสัญญาซื้อขายระหว่าง+เกิดขึ้นในเดือนอื่นไม่ได้ +ฟ้องนอกประเด็น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 411/2490 นายอรุณ พรหมสุนทร โจทก์ บริษัทแร่แลยางไทย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอรุณ พรหมสุนทร · จำเลย - บริษัทแร่แลยางไทย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · นาถปรีชา · มนูภันย์วิมลสาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 2694/2535ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 2610/2538ฎีกา 2160/2518ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 1620/2492ฎีกา 1510/2520ฎีกา 3601/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา