⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 431/2491

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 431/2491

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่พยานโจทก์เบิกความถึงวันเกิดเหตุแตกต่างจากที่ฟ้องในคดีก่อนไปหนึ่งวัน ไม่ทำให้วันเกิดเหตุที่แท้จริงเป็นวันที่ฟ้องในคดีก่อน และหากมีหลักฐานเพียงพอ ศาลสามารถวินิจฉัยลงโทษจำเลยได้.

ย่อคำพิพากษา

พยานโจทก์เบิกความถึงวันเกิดเหตุตรงตามฟ้อง แต่ว่าต่างกับวันฟ้องในคดีก่อนไปวันหนึ่งนั้น ดังนี้จะถือว่าวันเกิดเหตุจริงคือวันในฟ้องคดีก่อนยังไม่ได้ ถ้าฟ้องจริงและคดีมีหลักฐานพอแล้วต้องมีผิด. +ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง+ว่า พยานโจทก์เบิกความต่างกันไม่น่าเชื่อนั้น ถือว่าศาลวินิจฉัยขาดข้อเท็จจริงแห่งคดี ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาให้ศาล+เป็นการสืบพยานแล้วพิพากษา+ ถ้าศาลอุทธรณ์ประสงค์จะฟังพยานต่อไปจนสิ้นกระแสร์ความเสียก่อน ก็ควรให้ศาลชั้นต้นสืบพยานให้ส่งสำนวนคืนให้ศาลอุทธรณ์พิพากษา.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.208

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.อาญามาตรา ๑๓๖ - ๑๓๘ - ๓๐๓. จำเลยให้การปฎิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า พยานโจทก์เบิกความแต่ต่างกัน ยากที่จะฟังเป็นจริงได้ และวันที่เกิดเหตุแห่งคดีนี้คลาดเคลื่อนกับคดีอาญาแดงที่ ๓๒๔/๒๔๘๘ จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีนี้โจทก์นำสืบเรื่องวันเวลาที่กระทำผิดตรงกับที่กล่าวในฟ้อง จะว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่างกับฟ้องไม่ได้ เป็นการขัดแย้งกับวันที่กล่าวในฟ้องในคดีก่อน ไม่แน่ว่าฟ้องสำนวนไหนเป็นจริง ถ้าคดีนี้มีหลักฐานพอ จำเลยก็ต้องมีผิด จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นย้อนสำนวนไปให้ดำเนินการสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า พยานโจทก์ในคดีนี้เบิกความถึงวันเกิดเหตุตรงกับฟ้อง เป็นแต่ต่างกับวันที่ฟ้องไว้ในคดีก่อนไปวันหนึ่งเพียงเท่านี้จะถือว่า วันที่เกิดเหตุจริงคือวันที่กล่าวในฟ้องฉะบับก่อนยังไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ถ้าฟ้องคดีนี้เป็นความจริงจำเลยก็ต้องมีความผิดนั้นถูกต้องแล้ว แต่ข้อเท็จจริงแห่งคดีนี้ ศาลชั้นต้นอ้างว่าพยานโจทก์เบิกความแตกต่างกันไม่น่าเชื่อ เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงแล้ว ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัย เมื่อศาลอุทธรณ์ประสงค์จะฟังพยานต่อไปจนสิ้นกระแสร์ความเสียก่อน ก็ควรให้ศาลชั้นต้นสืบให้ แล้วส่งสำนวนคืนให้ศาลอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ในศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่นั้น ไม่เห็นพ้องด้วย จึงพิพากษาแก้ว่า เมื่อศาลชั้น้นสืบพยานเสร็จแล้วให้ส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 431/2491 อัยยการนครปฐม โจทก์ นายฉาย เอื้อเฟื้อ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการนครปฐม · จำเลย - นายฉาย เอื้อเฟื้อ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาถปรีชา · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นาย ศ.ศิลปกรพิศาล · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลย์รักษ์จรรยาวัตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 831/2532ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492ฎีกา 278/2484ฎีกา 1271/2498ฎีกา 4328/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา