คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7/2491
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอาญาพิพากษาว่าโจทก์นำสืบไม่ชัดว่าจำเลยกระทำความผิดหรือไม่นั้น ไม่เป็นการวินิจฉัยว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิด แต่เป็นการวินิจฉัยว่าโจทก์ยังนำสืบไม่ได้แน่นอนว่าจำเลยกระทำความผิด จึงลงโทษจำเลยทางอาญาไม่ได้.
ย่อคำพิพากษา
ศาลพิพากษาชี้ขาดข้อเท็จจริงในคดีอาญาที่อัยยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ว่า "ผู้เสียหายไม่รู้ว่าเขตต์โฉนดของตนอยู่แค่ไหน จำเลยจะบุกรุกเข้าไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่หาว่าจำเลยบุกรุกเข้าไป ก็เพราะสังเกตไว้เข้าใจเอาเท่านั้น ฟังไม่ได้แน่นอนว่า จำเลยรุกที่ดินของผู้เสียหายฯลฯ" ดังนี้ ถือว่าศาลไม่ได้ชี้ขาดว่าจำเลยไม่ได้รุกที่ดินของผู้เสียหาย เป็นแต่ว่า ผู้เสียหายไม่รู้เขตต์ที่ คือ นำสืบไม่ชัดว่า ที่ดินของผู้เสียหายแค่ไหน จึงลงโทษจำเลยทางอาญาไม่ได้เท่านั้น ฉะนั้น เมื่อผู้เสียหายเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้จัดการทำแผนที่วิวาท และนำสืบจนฟังได้แน่นอนว่า จำเลยรุกที่ของโจทก์แล้ว ศาลก็ย่อมฟังข้อเท็จจริงในคดีแพ่งว่า จำเลยรุกที่ดินโจทก์ได้ ไม่ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญา มาตรา 46.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยละเมิดขุดดินรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ขอให้ใช้ค่าเสียหาย
จำเลยให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้ขุดดินเข้าไปในที่โจทก์และอ้างว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ศาลเปลี่ยนข้อเท็จจริงเนื่องจากศาลได้ชี้ขาดข้อเท็จจริงในคดีอาญาเรื่องนี้แล้ว
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ในคดีอาญาศาลพิพากษาให้ยกฟ้องชี้ขาดว่า ฟังไม่ได้แน่นอนว่า จำเลยรุกที่ดินของโจทก์ แต่บัดนี้โจทก์ได้จัดการทำแผนที่วิวาท และนำสืบจนฟังได้แน่นอนว่า จำเลยรุกที่โจทก์ จึงพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์.
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน.
จำเลยฎีกา,
ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาฉะเพาะปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า คำพิพากษาคดีอาญา ปิดปากตัดสำนวนคดีแพ่งหรือไม่
ศาลฎีกาเห็นว่า ในกรณีเดียวกันนี้ อัยยการได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ครั้งหนึ่งแล้ว ศาลชี้ขาดข้อเท็จจริงว่า " ผู้เสียหายไม่รู้ว่าเขตต์โฉนดของตนอยู่แค่ไหน จำเลยจะขุดรุกเข้าไปหรือเปล่าไม่รู้ ที่หาว่าจำเลยขุดรุกเข้าไปเพราะสังเกตไว้ เข้าใจเอาเท่านั้น ฟังไม่ได้แน่นอนว่า จำเลยรุกที่ดินของผู้เสียหายฯลฯ" เห็นว่าศาลไม่ได้ชี้ขาดว่า จำเลยไม่ได้รุกที่ดินของผู้เสียหาย คือโจทก์ในคดีนี้ เป็นแต่ว่าโจทก์ไม่รู้เขตต์ที่ คือนำสืบไม่ได้ชัดว่า ที่ดินของโจทก์แค่ไหน จึงลงโทษทางอาญาไม่ได้เท่านั้น ศาลล่างรับฟังข้อเท็จจริงในคดีแพ่งมาชอบแล้ว จึงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7/2491
นางสงวน มีขันทอง โจทก์
นายนาก เกิดน้อย. นายปลั่ง เลื่อนจัน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสงวน มีขันทอง · จำเลย - นายนาก เกิดน้อย. นายปลั่ง เลื่อนจัน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเสรี ลิมปะนันทน์ · ศาลอุทธรณ์ - พระวรวุฒิวินิจฉัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา