⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 821/2491

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 821/2491

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแบ่งทรัพย์มรดกต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่กำหนดไว้ และศาลมีหน้าที่แบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทเพียงเท่าที่ทายาทนั้นมีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

การแบ่งทรัพย์มฤดก เมื่อเจ้ามฤดกตาย เมื่อใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 แล้ว ต้องแบ่งตามมาตรา 1635 และ 1636 โจทก์ฟ้องขอแบ่งมฤดก ศาลต้องแบ่งให้เพียงเท่าที่โจทก์มีสิทธิควรจะได้ คำว่า "กันส่วนไว้เพื่อทายาทอื่น" ตามที่มาตรา 1749 ห้ามไว้นั้น หมายความว่า กันไว้เพื่อทายาทนั้นมารับเอาไปได้ทีเดียว โดยมิต้องฟ้องร้องเป็นคดีใหม่ ดังเช่นที่เคยปฏิบัติกันมาก่อนใช้ ป.พ.พ.บรรพ 6 การแบ่งให้โจทก์เพียงเท่าที่โจทก์มีสิทธิควรจะได้ตามกฎหมายนั้น หาใช่เป็นการกันส่วนไว้เพื่อทายาทไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1635 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1636 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1749

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ความว่า โจทก์และนางผิวเล็กมารดาจำเลย เป็นภริยานายพ่วงผู้ตาย นายพ่วงตายเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๖ โดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ จำเลยได้ครอบครองมฤดกของนายพ่วงไว้ โจทก์จึงฟ้องขอแบ่ง โดยอ้างว่ามีสินเดิม แต่ได้จำหน่ายไปหมดระหว่างอยู่กินด้วยกัน จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่ภริยานายพ่วง หากได้เสียกันจริงก็เป็นเพียงนางบำเรอ โจทก์ไม่มีสินเดิม นายพ่วงยังมีภริยาอีกคนหนึ่งคือนางผิว หากโจทก์มีส่วนได้ก็ไม่ใช่กึ่งหนึ่ง เพราะทายาทยังมีอยู่หลายคน ศาลชั้นต้นไม่เชื่อว่าโจทก์มีสินเดิม นางผิวเล็กและโจทก์ก็มีฐานะเป็นภริยาเท่ากัน พิพากษาให้จำเลยแบ่งทรัพย์ตามบัญชีหมาย ข. กับเงินค่าเช่าทรัพย์ให้โจทก์ ๑ ใน ๔ โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ไม่เชื่อว่า โจทก์มีสินเดิมและเห็นว่า การแบ่งมฤดกต้องเป็นไปตาม ป.พ.พ.มาตรา ๑๖๓๕(๑) , ๑๖๓๖ นางผิวเล็กมารดาจำเลย ซึ่งมีสิทธิรับมฤดกร่วมกับโจทก์และจำเลยเพียง ๒ คน ซึ่งควรจะได้รับมฤดกคนละครึ่งตามมาตรา ๑๖๓๕ (๑) พิพากษาแก้ให้แบ่งทรัพย์ตามบัญชีหมาย ข. และค่าเช่าที่ได้จากทรัพย์ ให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาได้ประชุมใหม่แล้ววินิจฉัยว่า สำหรับการแบ่งมฤดกรายนี้ นายพ่วงตายเมื่อใช้ ป.พ.พ. บรรพ ๖ แล้ว จึงต้องแบ่งตามมาตรา ๑๖๓๕, ๑๖๓๖ กล่าวคือ โจทก์และนางผิวเล็กสองคนรวมกันได้หนึ่งส่วน จำเลยเป็นบุตรได้หนึ่งส่วน ระหว่างโจทก์กับนางผิวเล็กได้ในส่วนนั้นคนละครึ่ง และเห็นว่า การแบ่งต้องแบ่งให้เพียงเท่าที่โจทก์มีสิทธิควรจะได้ จะแบ่งให้กึ่งหนึ่ง โดยเอาส่วนจองนางผิดเล็กไปให้โจทก์ด้วยหาได้ไม่ เพราะไม่ใช่ของโจทก์และโจทก์ไม่ได้ฟ้องขอส่วนแบ่งในนามของนางผิวเล็กด้วย การแบ่งนี้ไม่ขัดกับมาตรา ๑๗๔๙ คำว่า "กันส่วนไว้เพื่อทายาทอื่น" ตามมาตรา ๑๗๔๙ ห้ามนั้น หมายความว่า กันไว้เพื่อทายาทนั้นมารับเอาไปได้ทีเดียว โดยไม่จำต้องฟ้องเป็นคดีขึ้นใหม่ ดังเช่นที่เคยปฏิบัติกันมาเมื่อก่อนใช้ ป.พ.พ.บรรพ ๖ เรื่องนี้ ถ้านางผิดเล็กต้องการส่วนของตน จะมารับเอาไปจากศาลไม่ได้ จำต้องฟ้องเป็นคดีขึ้นใหม่ การแบ่งให้โจทก์เพียง ๑ ใน ๔ เช่นนี้ จึงหาใช่เป็นการกันส่วนไว้เพื่อนางผิดเล็กไม่ แต่เป็นการแบ่งให้ตามสิทธิที่โจทก์ควรจะได้รับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 821/2491 นางชอุ่ม พุ่มพวง โจทก์ นางประยูร อมาตยกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางชอุ่ม พุ่มพวง · จำเลย - นางประยูร อมาตยกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญเนติศาสตร์ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - หลวงสารนัยประสาสน์ · ศาลอุทธรณ์ - พระนิติธรรมปกรณ์

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1307/2479ฎีกา 8119/2540ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1593/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · ศาลฎีกา