⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1026/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1026/2492

ป.พ.พ. ม.194, 315 · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีข้อตกลงให้บุคคลหนึ่งเข้ายามเคี่ยวน้ำตาลในเตาของอีกบุคคลหนึ่ง โดยมีหน้าที่ต้องทำน้ำตาลใสใช้หนี้จนกว่าจะหมดหนี้ หากผู้รับจ้างยามหาปฏิบัติไม่ ผู้ว่าจ้างย่อมมีสิทธิฟ้องร้องบังคับได้ แม้หนี้ดังกล่าวจะมีส่วนของบุคคลอื่นอยู่ด้วยก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นเจ้าของเตาเคี่ยวน้ำตาลหรือนายยามจำเลยได้ตกลงขอเข้ายามเคี่ยวน้ำตาลที่เตาของโจทก์ โดยผลัดเปลี่ยนกันเข้ายาม ในระหว่างที่จำเลยเข้ายามเคี่ยวน้ำตาลอยู่นั้น โจทก์ได้เอาน้ำตาลใสส่วนของโจทก์และของคนอื่น ๆ ที่เป็นลูกยามส่งมอบให้จำเลยเคี่ยว เมื่อจำเลยออกยามไปแล้ว มีหน้าที่ต้องทำน้ำตาลใสใช้หนี้โจทก์จนกว่าจะหมดหนี้ แต่จำเลยหาปฏิบัติไม่ กลับเลิกทำน้ำตาลเสีย ดังนี้ แม้หนี้รายนี้จะเป็นของลูกยามอื่นอยู่ด้วย โจทก์ผู้เป็นนายยามก็ย่อมฟ้องได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.194 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.315

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.194 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.315 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นหุ้นส่วนกัน โจทก์เป็นเจ้าของเตาเคี่ยวน้ำตาล จำเลยได้ไปขอเข้ายามเคี่ยวน้ำตาลที่เตาของโจทก์ ๆ ก็รับจำเลยไว้เป็นลูกยาม และผลัดเปลี่ยนกันเคี่ยวน้ำตาลและใช้หนี้น้ำตาล ครั้งหลังที่สุดโจทก์ได้จัดให้จำเลยเข้ายาม ๓ เดือน จำเลยก็ออกยามไป ระหว่างจำเลยเข้ายามเคี่ยวน้ำตาลอยู่นั้น โจทก์ได้เอาน้ำตาลใสส่วนของโจทก์และของคนอื่นที่เป็นลูกยามส่งมอบให้จำเลยเคี่ยวรวมทั้งสิ้น เป็นน้ำตาล ๑๘๐๐ ไห และตามธรรมเนียมของการเข้ายามเคี่ยวน้ำตาลถือว่าจำเลยเป็นหนี้น้ำตาลใสโจทก์ ๑๘๐๐ ไห และจะต้องใช้หนี้ในระยะเวลาต่อเนื่องกับระยะเวลาที่จำเลยออกยามไป เมื่อจำเลยออกยามไปแล้ว จำเลยมีหน้าที่ต้องส่งน้ำตาลใสใช้หนี้โจทก์เป็นรายวัน แต่จำเลยกลับเลิกทำน้ำตาลเสีย จึงขอให้บังคับจำเลยใช้หนี้น้ำตาลใสเป็นรายวัน ๆ ละ ๔๐ ไห จนครบ ๑๘๐๐ ไห หากไม่สามารถใช้ได้ให้ใช้ราคา ๔๕๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธคำฟ้องของโจทก์ และว่าหนี้ตามฟ้องเป็นหนี้ระหว่างบุคคลหลายคน ไม่ปรากฎหว่าโจทก์ไม่ได้รับมอบหมายจากบุคคลอื่น ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การรับว่าตามฟ้องโจทก์เป็นความจริง ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยที่ ๑ ได้ไปตกลงขอเข้ายามเคี่ยวน้ำตาลที่เตาโจทก์จริง แต่โจทก์นำสืบไม่ชัดเจนพอว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์เท่าไร จึงไม่มีทางบังคับให้ตามคำขอของโจทก์ได้พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้โจทก์ชนะคดี จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่าจำเลยที่ ๑ ได้เข้ายามเคี่ยวน้ำตาลที่เตาของโจทก์ ซึ่งเป็นนายยามจริง แต่ข้อที่ว่าจำเลยยังมีหน้าที่จะต้องส่งน้ำตาลใสอันเป็นหนี้ซึ่งจำต้องรับผิดอยู่หรือไม่เท่าใดนั้น คดีได้ความจากตัวโจทก์และบรรดาลูกยามคนอื่น ๆ กับยังมีบัญชีจดไว้ บัญชีนี้แม้โจทก์จะจดไว้ฝ่ายเดียว แต่โจทก์และบรรดาลูกยามก็ให้การรับรองอยู่ คำให้การของจำเลยหาได้คัดค้านความในข้อนี้หรือสืบหักล้างแต่ประการใดไม่ คดีจึงฟังได้ว่า จำเลยได้เป็นลูกหนี้ในการส่งน้ำตาลใสอยู่จริงตามจำนวนที่โจทก์สืบมา แม้หนี้รายนี้จะเป็นหนี้ของลูกยามอื่นอยู่ด้วย โจทก์ผู้เป็นนายยามก็ย่อมฟ้องได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1026/2492 นางสาวสอาด อรูทิพย์ โจทก์ นางเชื้อ ที่ 1, นางแล่ม ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวสอาด อรูทิพย์ · ล. - นางเชื้อ ที่ 1, นางแล่ม ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายประสม เภกะสุต · ศาลอุทธรณ์ - นายกริด สารสาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 7966/2544ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา