คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1546/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองที่ดินโดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเป็นเวลา 10 ปี ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นโดยการครอบครองปรปักษ์
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินบ้านเรือนเป็นมฤดกตกได้แก่โจทก์และจำเลย โจทก์ไปขอโอนโฉนดรับมฤดก ฝ่ายจำเลยขอลงชื่อด้วย แต่เจ้าพนักงานขัดข้องและจำเลยครอบครองที่ดินตลอดมา เช่นนี้โจทก์จะฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่หาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินของโจทก์แล้วไม่ยอมออก ขอให้ขับไล่ จำเลยต่อสู้ว่า ที่ดินบ้านเรือนรายนี้จำเลยครอบครองมาประมาณ ๓๐ ปี เพราะเป็นที่ดินบ้านเรือนมฤดก ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ดินบ้านเรือนนี้เป็นมฤดกตกแก่ขุนนรินทร์ ๆ ตายจึงตกแก่บุตรและภรรยาขุนนรินทร์คือ โจทก์ จำเลยที่ ๑ บุตร และนางละม่อมภรรยาจำเลยที่ ๑ ครอบครองที่ดินตลอดมาเช่นนี้ จำเลยที่ ๑ มีส่วนเป็นเจ้าของที่ดินบ้านเรือนด้วย จำเลยที่ ๒ เป็นภรรยาจำเลยที่ ๑ จะขับไล่จำเลยทั้ง ๒ ไม่ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1546/2492
นางน้ำค้าง อินทวัฒน์พันธ์ โจทก์
นายรอง ศิริวิจารณ์ที่ 1, นางอ่ำ ศิริวิจารณ์ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางน้ำค้าง อินทวัฒน์พันธ์ · จำเลย - นายรอง ศิริวิจารณ์ที่ 1, นางอ่ำ ศิริวิจารณ์ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศิลปสิทธิวินิจฉัย · ทรงนิติกรณ์ · ปรีชาวินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - หลวงสุทธิพากย์พิบูล · ศาลอุทธรณ์ - นายชวน สิงหกลุ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา