⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2106-2108/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2106-2108/2492

ป.รัษฎากร ม.2, 5, 29 ฯลฯ · ป.วิ.อาญา ม.106, 113

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การประเมินภาษีต้องมีเหตุผลและข้อเท็จจริงสนับสนุน ไม่สามารถนำค่าเช่าของร้านค้ารายหนึ่งมาเป็นมาตรฐานในการประเมินค่าเช่าของร้านค้าอื่นได้.

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียภาษีฟ้องข้าหลวงประจำจังหวัดในเรื่องประเมินภาษีและเรียกภาษีที่เก็บเกินไปคืน และข้าหลวงประจำจังหวัดคนใหม่ขอเข้าเป็นจำเลยแทน ไม่มีผู้ใดคัดค้าน ศาลย่อมรับพิจารณาคดีที่ฟ้องกันนั้น การประเมินภาษีร้านค้าจากเงินค่าเช่านั้นเจ้าพนักงานประเมินจะต้องมีเหตุผล เป็นข้อเท็จจริงที่จะแสดงว่า ร้านค้านั้น ๆ สมควรให้เช่าได้ในจำนวนเงินสูงกว่าค่าเช่าจริง จะเอาค่าเช่าของร้านค้ารายหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ฉะเพาะรายมาเป็นมาตรฐานว่าค่าเช่ารายอื่นต่ำเกินสมควรนั้นไม่ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.106 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.113 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลรัษฎากร ม.2 ประมวลรัษฎากร ม.5 ประมวลรัษฎากร ม.29 ประมวลรัษฎากร ม.30

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.106 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.113 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์แต่ละคนฟ้องจำเลยเป็น ๓ สำนวนว่า คณะกรมการอำเภอเมืองโดย ป.สมุหบัญชีได้ประเมินภาษีร้านค้าของโจทก์ไม่ถูกต้อง โจทก์ได้อุทธรณ์ต่อ อ.สรรพากรจังหวัด สรรพากรจังหวัดสั่งให้ลดภาษีให้บางส่วน ซึ่งโจทก์เห็นว่ายังไม่ถูกต้อง จึงอุทธรณ์ต่อขุน ร. ข้าหลวงประจำจังหวัด ๆ วินิจฉัยยืนตามคำชี้ขาดของ อ. ขอให้จำเลยคืนเงินที่เรียกเกิน จำเลยปฏิเสธความรับผิด ศาลชั้นต้นเห็นว่า สำหรับ ป. กับ อ. จำเลยไม่มีเหตุสมควรที่จะต้องถูกโจทก์ฟ้องร่วมด้วย ความรับผิดในการวินิจฉัยคั่นสุดท้ายตกอยู่แก่ขุน ร.ข้าหลวงประจำจังหวัดแต่ผู้เดียว ให้ยกฟ้องในคดีส่วนตัว ป.และ อ. จำเลย ส่วนขุน ร. เห็นว่าต้องรับผิด พิพากษาให้ขุน ร. จำเลยคืนเงินที่เรียกเกินไปทั้ง ๓ ราย หลวงอนุมัติราชกิจย้ายมาดำรงตำแหน่งข้าหลวงประจำจังหวัดสุโขทัยสืบแทนขุน ร. ขอเข้าเป็นจำเลยแทน ศาลอนุญาตแล้ว จึงหลวงอนุมัติฯ ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จริงอยู่ตามประมวลรัษฎากรมาตรา ๗๘ ให้ถือเอาข้อตกลงเรียกเก็บค่าเช่าในการใช้ร้านค้าเป็นเกณฑ์อย่างหนึ่งในการประเมินเงินที่สมควรให้เช่าได้เท่านั้นก็ตาม แต่เจ้าพนักงานประเมินก็จะต้องมีเหตุผลเป็นข้อเท็จจริงที่จะแสดงให้เห็นได้ว่า ร้านค้านั้น ๆ สมควรให้เช่าได้ในจำนวนเงินที่สูงกว่าค่าเช่าจริง จะเอาเหตุการณ์ฉะเพาะรายมาเป็นมาตรฐานว่า ค่าเช่ารายอื่นต่ำเกินสมควรนั้นยังไม่ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2106 - 2108/2492 นางทองม้วน สารพุทธิ, นายเสงี่ยม แซ่หยอง , นายเม้งหลี แซ่คู โจทก์ คณะกรมการอำเภอเมืองสุโขทัย โดยนายเปรื่อง คงสบาย สมุหบัญชี เจ้า พนักงานประเมิน โดยนายอุทัย รวยรื่น สรรพากรจังหวัดสุโขทัย ข้าหลวง ประจำจังหวัด โดยบุนรัตนวงพงศ์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางทองม้วน สารพุทธิ, นายเสงี่ยม แซ่หยอง , นายเม้งหลี แซ่คู · เจ้า - คณะกรมการอำเภอเมืองสุโขทัย โดยนายเปรื่อง คงสบาย สมุหบัญชี · ข้าหลวง - พนักงานประเมิน โดยนายอุทัย รวยรื่น สรรพากรจังหวัดสุโขทัย · ล. - ประจำจังหวัด โดยบุนรัตนวงพงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · มนูภันย์วิมลสาร · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุโขทัย - นายเฉลิม กรพุกกะณะ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 3148/2535ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา