⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 46/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 46/2492

ป.พ.พ. ม.1465 · ป.วิ.แพ่ง ม.84, 177, 183

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำให้การของจำเลยที่ระบุว่าภริยาโจทก์มีสิทธิได้ส่วนแบ่งในสินสมรสเพราะมีสินเดิม ถือว่าถูกต้องตามกฎหมายแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องระบุรายละเอียดของสินเดิมและราคา เว้นแต่กรณีที่โจทก์ขอให้หักสินสมรสชดใช้สินเดิม

ย่อคำพิพากษา

ประเด็นที่โจทก์ตั้งมาในคำฟ้องมีว่า ภริยาโจทก์ไม่มีสิทธิได้ส่วนแบ่งในสินสมรส เพราะไม่มีสินเดิม จำเลยให้การว่าภริยาโจทก์มีสิทธิได้ส่วนแบ่งเพราะไม่มีสินเดิม จำเลยให้การว่าภริยาโจทก์มีสิทธิได้ส่วนแบ่งเพราะมีสินเดิม ดังนี้ คำให้การของจำเลยเป็นการถูกต้องตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 177 วรรค 2 แล้ว จำเลยไม่จำเป็นต้องระบุลงไปในคำให้การว่ามีทรัพย์อะไรบ้างเป็นสินเดิมซึ่งผิดกับกรณีที่มีประเด็น ขอให้หักสินสมรสชดใช้สินเดิมด้วย เพราะในกรณีหลังนี้ ความสำคัญอยู่ที่ว่าอะไรเป็นสินเดิม ราคาเท่าใด มิฉะนั้นก็ใช้ชดใช้กันไม่ได้ การตั้งประเด็นจึงต้องระบุถึงทรัพย์ที่เป็นสินเดิมและราคา หากโจทก์เห็นว่าข้อต่อสู้ของจำเลยยังไม่ชัด เพื่อที่โจทก์จะได้สืบหักล้างเสียก่อนในกรณีย์ที่โจทก์ เป็นฝ่ายนำสืบก่อนเช่นนี้โจทก์ชอบที่จะขอต่อศาสให้สอบถามจำเลยในชั้นชี้สองสถานเพื่อให้ได้ความชัดในประเด็นข้อพิพาทตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 183 ได้ เมื่อได้มีการสอบถามมัดประเด็นลงไปแน่นอนว่าสินเดิมเป็นทรัพย์อะไรแล้ว คู่ความก็ต้องดำเนินตามประเด็นที่มัดไว้./

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1465

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1465 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับนาวผิวเป็นสามีภริยากัน โจทก์มีสินเดิม นางผิวไม่มีสินเดิม ระหว่างอยู่กันด้วยกัน มีทรัพย์คือที่ดินโฉนดที่ ๕๐๘๖, ๕๒๕๒ โฉนดใส่ชื่อนางผิด นาวผิงถึงแก่กรรม โจทก์ได้นำโฉนดที่ ๕๐๘๒ ไปขอโอนใส่ชื่อโจทก์ นายชดจำเลยรอคัดค้าน ขอให้ลงชื่อ ด.ช. ผาสุข ด.ช.วิลัย จำเลย ทั้งนายชดจำเลยขอให้เจ้าพนักงานโอนโฉนดที่ ๕๒๕๒ ลงชื่อเด็กชายทั้ง ๒ โจทก์ได้คัดค้าน ปรากฎว่านางผิดทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้แก่ ด.ช.ผาสุข ด.ช.วิลัย จำเลย และให้นายชดจำเลยเป็นผู้จัดการมฤดกโจทก์เพิ่งทราบว่ามีพินัยกรรมของนางผิว พินัยกรรมของนาวผิดเป็นพินัยกรรมปลอม ถ้านางผิวทำพินัยกรรมไว้จริงนางผิวก็ไม่มีสิทธิจะยกที่ดินทั้ง ๒ แปลงให้แก่เด็กชายทั้งสอง เพราะนางผิวไม่มีสินเดิม ขอให้แสดงว่า ที่ดินทั้ง ๒ แปลงเป็นของโจทก์แต่ผู้เดียว พินัยกรรมของนางผิวไร้ผลเป็นโมฆะ จำเลยต่อสู้ว่า ข้อฟ้องเรื่องพินัยกรรม อ้างเหตุขัดกันเป็นฟ้องเคลือบคลุม พินัยกรรมของนาวผิวสมบูรณ์มีผลใช้ได้ นางผิวมีสินเดิม ที่ดินโฉนดที่ ๕๐๘๖, ๕๒๕๒ มีชื่อนางผิด ทั้งเป็นสินเดิมของนางผิว นางผิวจะทำพินัยกรรมยกให้ใครก็ได้ ศาลแพ่งฟังว่าที่ดิน ๒ แปลงนี้ได้รับโอนมาเมื่อโจทก์กับนางผิวสมรสกันหลายปี และฟังว่าโจทก์มีสินเดิม นางผิวไม่มีสินเดิม ที่ดินเป็นสินสมรสตกได้แก่โจทก์ผู้เดียว พินัยกรรมของนางผิวไม่ปลอม ข้อกำหนดในพินัยกรรมอันเกี่ยวกับสินสมรส จึงไม่มีผลบังคับ พิพากษาว่าที่ดิน ๒ แปลงเป็นของโจทก์ผู้เดียว ไม่ให้จำเลยเกี่ยวข้อง ศาลอุทธรณ์ฟังว่า นางผิวมีสินเดิม พิพากษาแก้ว่าที่ ๒ แปลงดังกล่าวเป็นของโจทก์ ๒ ใน ๓ อีก ๑ ใน ๓ เป็นของ ด.ช.ผาสุข , ด.ช.วิลัย ผู้รับพินัยกรรมจากนางผิด โจทก์ฎีกา, ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นที่โจทก์ตั้งมาในฟ้องมีว่านางผิวไม่มีสิทธิได้ส่วนแบ่งในสินสมรสเพราะไม่มีสินเดิมจำเลยต่อสู้ว่า นางผิวมีสิทธิได้ส่วนแบ่ง เพราะมีสินเดิมประเด็นฯที่แทม้จริง ก็คือ นางผิวมีสิทธิได้ส่วนแบ่งในสินสมรสหรือไม่ ข้อที่จำเลยว่ามีสินเดิมนั้นเป็นเหตุแห่งการที่จำเลยต่อสู้ว่า นางผิวมีสิทธิได้ส่วนแบ่งในสินสมรส คำให้การของจำเลยจึงเป็นฯการถูกต้องตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา ๑๗๗ วรรค ๒ แล้ว หากโจทก์เห็นว่า ข้อต่อสู้ของจำเลยไม่ขัด เพราะไม่ปรากฏว่าที่จำเลยอ้างว่านางผิวมีสินเดิมนั้น หมายถึงอะไร เป็นสินเดิม เพื่อโจทก์จะได้สืบหักล้างเสียก่อน ในกรณีที่โจทก์เป็นฝ่ายนำสืบก่อนเช่นนี้ โจทก์ชอบที่จะขอต่อศาลให้สอบถามจำเลยในชั้นชี้สองสถาน เพื่อให้ได้ความในประเด็นข้อพิพาท ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา ๑๘๓ ได้ ซึ่งเมื่อได้มีการสอบถามนับประเด็นลงไปให้แน่นอนว่า สินเดิมเป็นทรัพย์อะไร แล้วคู่ความก็ดำเนินการตามประเด็นที่มัดกันไว้นั้น ผิดกับกรณีเรื่องขอให้เอาสินสมรสใช้สินเดิม ซึ่งความสำคัญอยู่ว่าอะไรเป็นสินเดิม มิฉะนั้นก็ชดใช้กันมิได้ การตั้งประเด็นจึงต้องระบุถึงทรัพย์ที่เป็นสินเดิมและราคา ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๑๗๗ วรรค ๒ ที่ให้จำเลยแสดงถึง "เหตุแห่งการนั้น" หมายความเพียงไร ต้องดูประเด็นเป็นเรื่อง ๆ ไป ส่วนข้อเท็จจริงฟังได้ว่านางผิวมีสินเดิม พิพากษายืน./ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 46/2492 หม่อมหลวงเปีย ปาลกวงศ์ โจทก์ ยายชด คล้ายถม ผาสุข คล้ายถม, ด.ช.วิลัย คล้ายถม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - หม่อมหลวงเปีย ปาลกวงศ์ · ผาสุข - ยายชด คล้ายถม · จำเลย - คล้ายถม, ด.ช.วิลัย คล้ายถม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญเนติศาสตร์ · ปรีชาวินิจฉัย · นาถปริญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายชวน สิงหลกะ, · ศาลอุทธรณ์ - หลวงทรงนิติกรณ์.
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3231/2557ฎีกา 1079/2497ฎีกา 2135/2518ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 72/2505ฎีกา 2709/2538ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4484/2536ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519ฎีกา 1065/2513ฎีกา 8087/2543ฎีกา 1601/2529ฎีกา 590/2521ฎีกา 293/2520ฎีกา 486/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา