⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 611/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 611/2492

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองทรัพย์สินที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของโดยการเช่าหรือฝากไว้ หากผู้ครอบครองแสดงเจตนาเป็นปรปักษ์และโต้แย้งสิทธิของเจ้าของ ถือเป็นการครอบครองปรปักษ์ และเจ้าของต้องฟ้องคดีภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ทราบการครอบครองปรปักษ์นั้น มิฉะนั้นจะหมดสิทธิฟ้องคดี.

ย่อคำพิพากษา

แม้ที่พิพาทซึ่งเป็นที่มือเปล่าจะเป็นของโจทก์ และโจทก์ได้ฝากหรือให้จำเลยเช่าต่อมาก็ดี เมื่อโจทก์จะ ขอเอาคืน จำเลยได้ตั้งตัวเป็นปรปักษ์ โต้เถียงว่า ที่พิพาทตกเป็นสิทธิแก่จำเลยแล้วโดยสามีโจทก์ขายให้ ดังนี้ การครอบครองในตอนนี้เป็นการครอบครองปรปักษ์ และเป็นการแย่งสิทธิครอบครองของโจทก์ซึ่งโจทก์ทราบได้ดีแล้ว แต่ไม่ได้จัดการฟ้องคดีเสียในกำหนดหนึ่งปี จึงหมดสิทธิที่จะฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองของตนได้ ตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 1375.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้องกับนาพิพาทโดยอ้างว่าเป็นของโจทก์ เดิมฝากจำเลยทั้งสองไว้ ภายหลังให้เช่า บัดนี้โจทก์จะเอาคืน จำเลยไม่ยอมให้ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า นาพิพาทตอนที่จำเลยครอบครอง โจทก์ขายให้จำเลยมา ๗ ปีแล้ว จำเลยที่ ๒ ให้การว่า นาพิพาทตอนที่จำเลยครอบครองเป็นนามฤดกได้แก่นางบุญภรรยาจำเลย นางบุญตาย นาส่วนนี้จึงตกเป็นของจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่านาพิพาทจำเลยที่ ๑ ครอบครองเป็นของโจทก์ จึงห้ามมิให้จำเลยที่ ๑ เกี่ยวข้อง ส่วนนาพิพาทที่จำเลยที่ ๒ ครอบครองไม่ใช่นาของโจทก์ ให้ยกฟ้องฉะเพาะตัวจำเลยที่ ๒ เสีย ศาลอุทธรณ์แก้ให้ยกฟ้องโจทก์เสียทั้งหมด โจทก์ฎีกา, ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาฉะเพาะที่นาที่จำเลยที่ ๑ ครอบครอง ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ทราบแล้วว่าจำเลยไม่ยอมคืนนาพิพาทให้โจทก์ โดยอ้างว่า ผัวโจทก์ขายให้จำเลยแล้ว นับแต่นั้นมาจนถึงวันที่โจทก์ฟ้องเกิน ๑ ปีแล้ว แม้เดิมที่พิพาทเป็นของโจทก์ และโจทก์ได้ฝากหรือให้นายแจ่มจำเลยเช่าต่อมาก็ดี ปรากฎว่าเมื่อโจทก์จะเอาคืน จำเลยโต้เถียงว่านาพิพาทตกเป็นสิทธิแก่จำเลยแล้ว โดยอ้างว่าสามีโจทก์ขายให้ การครอบครองของจำเลยในตอนนี้เป็นการครอบครองในฐานะเป็นเจ้าของโดยเปิดเผย และเป็นการแย่งสิทธิครอบครองของโจทก์ ซึ่งโจทก์ทราบดีแล้ว และหาได้จัดการฟ้องร้องคดีเสียภายในกำหนดหนึ่งปีไม่ จึงหมดสิทธิที่จะฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองได้ เพราะเป็นที่นามือเปล่า ซึ่งเจ้าของมีสิทธิการครอบครองเท่านั้น ต้องห้ามตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๑๓๗๕ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 611/2492 นางหมัด ยอดขำ โจทก์ นายแจ่ม ไพเถื่อน ที่ 1, นายพั่ว ครุธนา ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางหมัด ยอดขำ · ล. - นายแจ่ม ไพเถื่อน ที่ 1, นายพั่ว ครุธนา ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชาวินิจฉัย · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายสลับ จันทรจามร · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยนิติศาสตร์โกศล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1760/2548ฎีกา 1712/2539ฎีกา 3405/2537ฎีกา 2649-2660/2530ฎีกา 726/2493ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 142/2492ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 9788/2553ฎีกา 5473/2548ฎีกา 945/2537ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 4415/2528ฎีกา 3081/2527ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 2938/2519ฎีกา 4470/2543ฎีกา 1131/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา