⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 633/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 633/2492

ย่อคำพิพากษา

คู่ความตกลงกันสืบพะยานร่วมคนเดียว แล้วให้ศาลพิพากษาไป เมื่อสืบพะยานร่วมเสร็จ คู่ความก็ขอให้ศาลนัดตัดสิน ดังนี้ เมื่อคำเบิกความของพะยานฟังเป็นแน่นอนไม่ได้ ก็ไม่สมควรที่จะให้มีการพิจารณากันใหม่ แต่ต้องกลับไปพิจารณาถึงประเด็นแห่งคดี คือ จำเลยให้การฟ้องแย้งว่าได้มอบทองไว้แก่โจทก์หนัก 4 บาท 2 สลึง โจทก์ให้การว่า ทองที่มอบไว้มีน้ำหนักเพียงบาทเดียว เมื่อจำเลยไม่มีพะยานสนับสนุนคำกล่าวอ้าง ก็ต้องฟังตามคำรับของโจทก์ว่า มีน้ำหนักเพียงบาทเดียว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.91 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.97 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้และดอกเบี้ยรวม ๓๕๐ บาท จำเลยให้การว่าเดิมจำเลยกู้เงินโจทก์ แล้วมอบโฉนดกับเครื่องทองรูปพรรณหนัก ๔ บาท ๒ สลึงเป็นประกัน ต่อมาได้ทำสัญญาแปลงหนี้ใหม่เป็นสัญญากู้เงินรายนี้ จำเลยได้พยายามทวงคืนโจทก์ขออายัติ จึงฟ้องแย้งเรียกทองของจำเลยคืน หรือใช้ราคา ๒๐๐๐ บาท โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ความจริงจำเลยกู้เงินโจทก์ไปเมื่อ ๑๘-๑๙ ปี จำเลยมอบโฉนดและทองหนัก ๑ บาทให้โจทก์ยึดเป็นประกัน เมื่อจำเลยค้างดอกเบี้ย ๔-๕ ปีแล้ว จำเลยยอมยกทองตีราคาใช้หนี้ กับตัดฟ้องว่า คดีขาดอายุความ โจทก์จำเลยตกลงสืบนายเฮงหรือประสานพะยานร่วมปากเดียว นายเฮงเบิกความอย่างไรขอให้ศาลพิพากษาไปตามคำพนายเฮงทีเดียว ไม่ต้องสืบพะยานอื่นอีกต่อไป สืบนายเฮงแล้วศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๓๕๐ บาทให้โจทก์ และให้โจทก์คืนทองหนัก ๔ บาท ๒ สลึง ถ้าคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาอัตราบาทละ ๕๐๐ บาท ให้หักเงิน ๓๕๐ บาทจากจำนวนนี้ ศาลอุทธรณ์แก้ให้โจทก์คืนทองหนัก ๔ บาท หรือราคา ๒๐๐๐ บาทให้โจทก์ นอกจากนั้นคงยืน มีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นายหนึ่งแย้งว่า เห็นควรให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ดำเนินการพิจารณาพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า นายประสานเบิกความว่า การกู้ครั้งแรกจำเลยมอบโฉนดกับทองรูปพรรณให้โจทก์ยึดไว้ ทองหนักเท่าใดจำไม่ได้ ในเวลาทำสัญญากู้ฉะบับหลัง โจทก์บอกว่าทองรูปพรรณที่ยึดไว้นั้นเอาไปยุบเสียแล้ว โดยอ้างว่าเป็นทองเก๊คือมีทองทับเล็กน้อย นอกนั้นเป็นแกนอื่น ไม่ใช่ทอง แล้วเกิดโต้เถียง จำเลยจะเอาทอง ผลที่สุดตกลงทำสัญญากู้ฉะบับใหม่ต่อกัน โดยฝ่ายโจทก์รับรองจะนำทองมาให้เท่าที่เหลือ หรือตามน้ำหนักทั้งหมด จำไม่ได้ ทองรูปพรรณที่จำเลยให้โจทก์ยึดไว้นั้น ได้ลงน้ำหนักในสัญญาเก่า แต่จำไม่ได้ จำได้แต่ว่าจำเลยไปบอกว่า ๔ บาท ๒ สลึง ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยมอบทองให้โจทก์เท่าใด พะยานจำไม่ได้ จึงต้องพิจารณาตามคำฟ้อง และฟ้องแย้งต่อไป จำเลยฟ้องแย้งว่ามอบทองให้โจทก์ ๔ บาท ๒ สลึง โจทก์ให้การว่ามีน้ำหนักเพียงบาทเดียว เมื่อจำเลยไม่มีพะยานสนับสนุน จึงต้องฟังตามคำรับของโจทก์ว่ามีน้ำหนักเพียงบาทเดียว นายประสานว่าทองราคาบาทละ ๕๐๐ บาท จึงต้องถือตามพะยานว่า ส่วนข้อที่ว่าพะยานเบิกความฟังไม่ได้ จะควรให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่หรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า คู่ความตกลงสืบพะยานร่วมคนเดียวแล้ว ให้ศาลพิพากษาไปทีเดียว เมื่อสืบพะยานเสร็จแล้ว คู่ความขอให้ศาลนัดตัดสิน ศาลฎีกาไม่เห็นสมควรจะให้มีการพิจารณาใหม่ พิพากษาแก้ ให้โจทก์คืนทองน้ำหนัก ๑ บาท หรือราคา ๕๐๐ บาท. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 633/2492 นางแช่ม ประคุณรัตตเขตต์ โจทก์ นายเจียร มุสิกวงศ์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางแช่ม ประคุณรัตตเขตต์ · ล. - นายเจียร มุสิกวงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวัติ ปัตตพงศ์ · ปรีชาวินิจฉัย · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปราจีณบุรี - นายสงวน สุจริตจันทน์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนัยประสาสน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 7903/2568ฎีกา 272/2490ฎีกา 3219/2534ฎีกา 2135/2518ฎีกา 6105/2531ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 156/2513ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4484/2536ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1510/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา