⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 750/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 750/2492

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องกล่าวว่า โจทก์กับจำเลยปกครองที่ดินร่วมกันมา บัดนี้จำเลยจะเอาที่ดินเสียผู้เดียว จึงขอให้จำเลยส่งโฉนดมาทำการแบ่งแยกตามส่วนครึ่งหนึ่ง หากแบ่งแยกไม่ตกลง ก็ขอให้ประมูลราคาหรือขายทอดตลาดแบ่งเงินกัน ชั้นพิจารณาโจทก์นำสืบว่า โจทก์จำเลยต่างปกครองเป็นส่วนสัดกัน ดังนี้ ไม่เป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็น โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่พิพาทแต่เพียงครึ่งหนึ่ง ถ้าทางพิจารณาได้ความว่า โจทก์มีกรรมสิทธิอยู่ในที่พิพาทจริง ศาลก็พิพากษาให้ที่ดินพิพาทไม่เกินครึ่งหนึ่งเป็นของโจทก์ได้ ไม่ผิดจากฟ้อง หรือเกินคำขอ ศาลชั้นต้นพิพากษาชี้ขาดเลยจากคำขอท้ายฟ้องของโจทก์หรืออย่างไรนั้น ศาลอุทธรณ์มีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1356

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์,จำเลยมีกรรมสิทธิที่ดินเนื้อที่ ๒ ไร่ ๒ งาน ๒๘ วา โดยโจทก์,จำเลยได้ถือสิทธิปกครองร่วมกันเสมอมา จำเลยได้บังอาจล้อมรั้วกั้นอาณาเขตต์ เพื่อจะเป็นเจ้าของเสียแต่ฝ่ายเดียว ไม่ยอมให้โจทก์เกี่ยวข้องในที่ดินแปลงนี้ ขอให้ศาลบังคับจำเลยส่งโฉนดมาทำการแบ่งแยกกบนโจทก์คนละครึ่ง หากแบ่งแยกไม่เป็นการตกลง ขอให้ประมูลหรือขายทอดตลาด แบ่งเงินกันตามส่วน จำเลยให้การว่า ที่ดินส่วนของจำเลยปกครองมาเนื้อที่ ๑ ไร่ ๑ งาน ส่วนที่ดินของโจทก์ ๆ ได้ขายแก่ผู้อื่นแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินพิพาทภายในเส้นสีแดงตามแผนที่พิพาทฉะเพาะที่อยู่นอกเส้นสีเหลืองให้โจทก์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ขอให้แบ่งที่ดินให้โจทก์ครึ่งหนึ่งไม่ได้ เจาะจงเอาที่ดินทางด้านไหน ศาลชั้นต้นพิพากษาไม่ตรงตามคำขอ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา, ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องกล่าวว่า โจทก์กับจำเลยปกครองที่ดินร่วมกันมา บัดนี้จำเลยจะเอาที่ดินเสียผู้เดียว จึงขอให้จำเลยส่งโฉนดมาทำการแบ่งแยกตามส่วนครึ่งหนึ่ง หากการแบ่งแยกไม่ตกลงกัน ก็ขอให้ประมูลราคา หรือขายทอดตลาด เอาเงินมาแบ่งกัน ชั้นพิจารณาโจทก์นำสืบว่า โจทก์จำเลยปกครองเป็นส่วนสัดกัน ย่อมไม่เป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็น โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่พิพาทแต่เพียงครึ่งหนึ่ง ถ้าทางพิจารณาได้ความว่าโจทก์มีกรรมสิทธิอยู่ในที่พิพาทจริง ศาลก็พิพากษาให้ที่ดินพิพาทไม่เกินกว่าครึ่งหนึ่งเป็นของโจทก์ ไม่ผิดจากคำฟ้องหรือเกินคำขอ ส่วนศาลชั้นต้นจะพิพากษาชี้ขาดเกินเลยจากคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ไป หรืออย่างไรนั้น ศาลอุทธรณ์มีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ถูกต้องเสียได้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 750/2492 นางพ่วง อำภัณฑ์, นายย้อย อำภัณฑ์,นางเพียน หวังความชอบ, นางม้วน ภพ ประสาท, นางเมี้ยน มิควร โจทก์ นางโต มีชูกริด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความภพ - นางพ่วง อำภัณฑ์, นายย้อย อำภัณฑ์,นางเพียน หวังความชอบ, นางม้วน · โจทก์ - ประสาท, นางเมี้ยน มิควร · ล. - นางโต มีชูกริด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาถปริญญา · นาถปรีชา · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลพระนครศรีอยุธยา - นายกำธร พันธุลาภ · ศาลอุทธรณ์ - พระทิพย์ประชา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1342/2509ฎีกา 9577/2552ฎีกา 2834/2527ฎีกา 272/2490ฎีกา 3099/2524ฎีกา 6105/2531ฎีกา 2572/2541ฎีกา 643/2497ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2224/2528ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา