คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 750/2492
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องกล่าวว่า โจทก์กับจำเลยปกครองที่ดินร่วมกันมา บัดนี้จำเลยจะเอาที่ดินเสียผู้เดียว จึงขอให้จำเลยส่งโฉนดมาทำการแบ่งแยกตามส่วนครึ่งหนึ่ง หากแบ่งแยกไม่ตกลง ก็ขอให้ประมูลราคาหรือขายทอดตลาดแบ่งเงินกัน ชั้นพิจารณาโจทก์นำสืบว่า โจทก์จำเลยต่างปกครองเป็นส่วนสัดกัน ดังนี้ ไม่เป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็น
โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่พิพาทแต่เพียงครึ่งหนึ่ง ถ้าทางพิจารณาได้ความว่า โจทก์มีกรรมสิทธิอยู่ในที่พิพาทจริง ศาลก็พิพากษาให้ที่ดินพิพาทไม่เกินครึ่งหนึ่งเป็นของโจทก์ได้ ไม่ผิดจากฟ้อง หรือเกินคำขอ
ศาลชั้นต้นพิพากษาชี้ขาดเลยจากคำขอท้ายฟ้องของโจทก์หรืออย่างไรนั้น ศาลอุทธรณ์มีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์,จำเลยมีกรรมสิทธิที่ดินเนื้อที่ ๒ ไร่ ๒ งาน ๒๘ วา โดยโจทก์,จำเลยได้ถือสิทธิปกครองร่วมกันเสมอมา จำเลยได้บังอาจล้อมรั้วกั้นอาณาเขตต์ เพื่อจะเป็นเจ้าของเสียแต่ฝ่ายเดียว ไม่ยอมให้โจทก์เกี่ยวข้องในที่ดินแปลงนี้ ขอให้ศาลบังคับจำเลยส่งโฉนดมาทำการแบ่งแยกกบนโจทก์คนละครึ่ง หากแบ่งแยกไม่เป็นการตกลง ขอให้ประมูลหรือขายทอดตลาด แบ่งเงินกันตามส่วน จำเลยให้การว่า ที่ดินส่วนของจำเลยปกครองมาเนื้อที่ ๑ ไร่ ๑ งาน ส่วนที่ดินของโจทก์ ๆ ได้ขายแก่ผู้อื่นแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินพิพาทภายในเส้นสีแดงตามแผนที่พิพาทฉะเพาะที่อยู่นอกเส้นสีเหลืองให้โจทก์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ขอให้แบ่งที่ดินให้โจทก์ครึ่งหนึ่งไม่ได้ เจาะจงเอาที่ดินทางด้านไหน ศาลชั้นต้นพิพากษาไม่ตรงตามคำขอ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา,
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องกล่าวว่า โจทก์กับจำเลยปกครองที่ดินร่วมกันมา บัดนี้จำเลยจะเอาที่ดินเสียผู้เดียว จึงขอให้จำเลยส่งโฉนดมาทำการแบ่งแยกตามส่วนครึ่งหนึ่ง หากการแบ่งแยกไม่ตกลงกัน ก็ขอให้ประมูลราคา หรือขายทอดตลาด เอาเงินมาแบ่งกัน ชั้นพิจารณาโจทก์นำสืบว่า โจทก์จำเลยปกครองเป็นส่วนสัดกัน ย่อมไม่เป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็น โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่พิพาทแต่เพียงครึ่งหนึ่ง ถ้าทางพิจารณาได้ความว่าโจทก์มีกรรมสิทธิอยู่ในที่พิพาทจริง ศาลก็พิพากษาให้ที่ดินพิพาทไม่เกินกว่าครึ่งหนึ่งเป็นของโจทก์ ไม่ผิดจากคำฟ้องหรือเกินคำขอ ส่วนศาลชั้นต้นจะพิพากษาชี้ขาดเกินเลยจากคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ไป หรืออย่างไรนั้น ศาลอุทธรณ์มีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ถูกต้องเสียได้
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 750/2492
นางพ่วง อำภัณฑ์, นายย้อย อำภัณฑ์,นางเพียน หวังความชอบ, นางม้วน ภพ
ประสาท, นางเมี้ยน มิควร โจทก์
นางโต มีชูกริด ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ภพ - นางพ่วง อำภัณฑ์, นายย้อย อำภัณฑ์,นางเพียน หวังความชอบ, นางม้วน · โจทก์ - ประสาท, นางเมี้ยน มิควร · ล. - นางโต มีชูกริด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นาถปริญญา · นาถปรีชา · นนทปัญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลพระนครศรีอยุธยา - นายกำธร พันธุลาภ · ศาลอุทธรณ์ - พระทิพย์ประชา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา