⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 837/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 837/2492

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ผู้ใดไม่มีอำนาจยึด 2. เมื่อศาลอุทธรณ์มิได้กำหนดค่าฤชาธรรมเนียมให้คู่ความฝ่ายที่ชนะคดี ศาลฎีกาอาจกำหนดค่าฤชาธรรมเนียมให้ได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินซึ่งกระทรวงการคลังรับโอนจากเอกชนมาขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ แล้วเอามาให้เอกชนเช่าอยู่นั้น ย่อมเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ผู้ใดไม่มีอำนาจยึด ผู้ร้องชนะคดีโจทก์ชั้นศาลอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์มิได้กำหนดค่าฤชาธรรมเนียมให้โจทก์ชำระแทนผู้ร้อง ๆ ย่อมฎีกาฉะเพาะค่าฤชาธรรมเนียมได้ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 168 เพราะศาลอุทธรณ์มิได้กำหนดค่าฤชาธรรมเนียมไว้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.167 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.168 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1307

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ ข้าหลวงประจำจังหวัดนครศรีธรรมราชยื่นคำร้องว่าที่ดินตามประกาศขายทอดตลาดของศาล ซึ่งโจทก์ขอให้ศาลยึดและขายทอดตลาดนั้น ได้ติดที่ดินราชพัสดุของรัฐบาลรวมอยู่ด้วย จึงขอให้ถอนการยึด โจทก์ค้านว่าที่พิพาทไม่ใช่ที่ราชพัสดุ และได้มีคำพิพากษาแสดงว่า ที่พิพาทนี้ไม่ใช่ของรัฐบาล เป็นของจำเลย ศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ถอนการยึด โจทก์ฎีกาว่า ที่พิพาทไม่ใช่ที่ของรัฐบาล ผู้ร้องฎีกา ขอให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนผู้ร้อง ศาลฎีกาเห็นว่า ที่พิพาทเป็นที่ไม่มีหนังสือสำคัญ เดิมเป็นของนายคง และได้โอนกันต่อมาจนถึงนายไข่ ๆ ค้างอากรค่านา ทางการจึงยึดขายทอดตลาด แต่ไม่มีใครซื้อ ต่อมากระทรวงการคลังได้รับโอนที่พิพาทมาเพื่อชำระหนี้ และได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ ต่อมานายทิ่นได้เช่าที่พิพาทจากกรมการอำเภอปากพนังทำนา นายทิ่นได้ฟ้องนายเติมกับพวกจำเลยหาว่าแย่งทำนา ศาลจังหวัดปากพนังวินิจฉัยว่า ยังชี้ขาดไม่ได้ว่าที่พิพาทเป็นของรัฐบาล ให้ยกฟ้อง แต่คำพิพากษาไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิรัฐบาลที่อาจจะว่ากล่าวต่อไป คดีถึงที่สุดชั้นศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาเห็นว่าที่พิพาทฟังได้ชัดว่าเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน โจทก์จึงไม่มีอำนาจยึด ส่วนฎีกาของผู้ร้องเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมนั้น ผู้ร้องฎีกาได้ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา ๑๖๘ เพราะศาลอุทธรณ์มิได้กำหนดค่าฤชาธรรมเนียมไว้ เพราะผู้ร้องชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ พิพากษาแก้ ให้โจทก์เสียค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้องในชั้นอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 837/2492 นายประสาท เวชประสิทธิ์ โจทก์ นายเติม ปานพุ่ม ล. คณะกรมการจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยนายแม้นประธานคณะกรมการ จังหวัด ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประสาท เวชประสิทธิ์ · ล. - นายเติม ปานพุ่ม · โดยนายแม้นประธานคณะกรมการ - คณะกรมการจังหวัดนครศรีธรรมราช · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - จังหวัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทรงนิติกรณ์ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปากพนัง - หลวงวิมลสัจจารักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงเจริญฤทธิศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 7677/2557ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 3651/2526ฎีกา 1331/2479ฎีกา 609/2522ฎีกา 1247/2510ฎีกา 2775/2541ฎีกา 1606/2500ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1492/2510ฎีกา 337/2535ฎีกา 6620/2550ฎีกา 541/2509ฎีกา 713/2512ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1775-1776/2506ฎีกา 2904/2530ฎีกา 1902/2494ฎีกา 635/2511ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 408/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา