คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 957/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานขาดประโยชน์จากการทำนาอันเนื่องมาจากการทำนบชำรุดเสียหาย เป็นส่วนหนึ่งของความเสียหายที่เกิดจากการละเมิดอันเดียวกันกับการที่โจทก์ฟ้องเรียกให้จำเลยแก้ไขทำนบให้ดีตามสภาพเดิม หรือใช้ราคาทรัพย์สินที่เสียหาย การฟ้องเรียกค่าเสียหายในภายหลังจึงเป็นการฟ้องซ้ำ.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำละเมิดต่อโจทก์ ขอให้จำเลยทำทำนบให้ดีตามสภาพเดิม หรือให้ใช้ราคาแล้ว โจทก์ควรจะฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานขาดประโยชน์เพราะน้ำไม่เข้านา ทำนาไม่ได้ หรือได้ผลน้อยเสียในคดีเรื่องนั้น เมื่อโจทก์แยกมาฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นอีกสำนวนหนึ่ง ดังนี้ เป็นการฟ้องซ้ำ.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ขุดรื้อทำนบของโจทก์ให้เสียหาย โจทก์ฟ้องจำเลย ซึ่งโจทก์ชะนะชั้นฎีกา การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นเหตุให้โจทก์ได้น้ำไม่พอทำนา จึงขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายที่โจทก์ขาดประโยชน์ จำเลยให้การว่าฟ้องเคลือบคลุมและคดีขาดอายุความ ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์นำสืบความเสียหายไม่ได้ พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยทำการละเมิดต่อโจทก์เพียงครั้งเดียว โจทก์ได้ฟ้องขอให้จำเลยทำทำนบให้ดีตามสภาพเดิมหรือให้ใช้ราคาแล้ว ซึ่งโจทก์ควรฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานขาดประโยชน์เพราะน้ำไม่เข้านา ทำนาไม่ได้หรือได้ผลน้อยเสียในคดีเรื่องนี้ แต่โจทก์แยกมาฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นอีกสำนวนหนึ่ง ดังนี้ เป็นการฟ้องซ้ำ
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 957/2492
นายไหว่ ครั้นปอง โจทก์
นายแง่นฟ้า จริงจิตร ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายไหว่ ครั้นปอง · ล. - นายแง่นฟ้า จริงจิตร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นนทปัญญา · ธรรมบัณฑิต · นาถปริญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลตรัง - นายเสถียร ลิมปิเสถียร · ศาลอุทธรณ์ - นายไชยเจริญ สันติศิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา