⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 972/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 972/2492

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลสอบถามประเด็นข้อพิพาทแล้ว คู่ความมีหน้าที่ต้องแถลง หากคู่ความฝ่ายใดไม่แถลง ข้อนั้นย่อมไม่เป็นประเด็นแห่งคดี

ย่อคำพิพากษา

ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 183 ศาลมีอำนาจที่จะสอบถามคู่ความเพื่อให้ได้ความชัดในประเด็นข้อพิพาท เมื่อศาลมีอำนาจแล้ว คู่ความก็มีหน้าที่ต้องแถลง หากไม่แถลง ข้อที่ไม่แถลงนั้น ย่อมไม่เป็นประเด็นในคดี โจทก์ฟ้องเรียกเงินคืนจากจำเลย จำเลยต่อสู้ว่าได้จ่ายเงินให้แก่คนของโจทก์ไปจึงขอหักหนี้ ศาลสอบถามโจทก์ ๆ แถลงแต่เพียงว่าโจทก์เห็นว่าไม่เกี่ยวกับจำนวนเงินที่โจทก์ฟ้อง ฉะนั้นการที่โจทก์นำสืบว่าได้ฝากเงินจำเลยไปและเงินที่ผู้แทนโจทก์ได้รับไปจากบุตรจำเลยคือเงินของโจทก์เอง ดังนี้เป็นข้อสืบนอกประเด็นรับฟังไม่ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จ้างจำเลยนำเรือเสือพยัคจูงเรือโจทก์จากกรุงเทพฯ ไปบ้านดารา โจทก์ได้จ่ายเงินล่วงหน้าให้แล้ว จำเลยออกเรือไปแต่ไม่ถึงบ้านดาราได้นำเรือกลับเสีย จึงขอให้จำเลยคืนเงิน ๓๐๕๒ บาท จำเลยให้การว่าเรือไปติดน้ำ นายอุดมผู้แทนโจทก์ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ควบคุมเรือไปด้วยไม่ยอมรอ จึงจ้างเรืออื่นจูงเรือโจทก์ไปจนถึงบ้านดารา ในการว่าจ้างเรือนายอุดมไม่มีเงินขอ จึงขอยืมเงินบุตรจำเลยผู้ควบคุมเรือแทนจำเลยไป ๓๒๒๕ บาท จำเลยได้แจ้งให้โจทก์ทราบแล้ว จำเลยเข้าใจว่า หักกลบลบหนี้กันเสร็จไปแล้ว อย่างไรก็ดีจำเลยยังมีสิทธิจะริบเงินค่าจ้างไว้ได้เพราะโจทก์ผิดสัญญา ในวันชี้สองสถานโจทก์แถลงว่า เหตุใดไม่ได้มีการจูงเรือไปยังบ้านดาราตามที่ตกลงกันไว้นั้น เพราะเหตุใดโจทก์ไม่ทราบ ศาลได้สอบถามเรื่องเงินฝ่ายที่จำเลยอ้างว่าได้จ่ายให้นายอุดมไป ๓๒๒๕ บาทดังคำให้การจำเลย โจทก์แถลงว่า การจ่ายเงินนี้โจทก์เห็นว่าไม่เกี่ยวกับจำนวนเงินที่โจทก์ฟ้อง รายนี้ ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นสัญญาจ้างเหมา โจทก์เป็นฝ่ายเลิกสัญญาโดยมิชอบ จำเลยมีสิทธิหน่วงเงินสินจ้ง โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยคืน พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เป็นสัญญาจ้างขนของ ที่ศาลแพ่งชี้ขาดว่าเป็นสัญญาจ้างเหมา คู่สัญญามีหน้าที่ต้องปฏิบัติต่อกันจนเป็นผลสำเร็จชอบด้วยข้อวินิจฉัยแล้ว แต่การที่โจทก์บอกเลิกสัญญาโดยให้เรือจำเลยกลับกรุงเทพฯ เป็นการสมควรแล้ว จำเลยจึงต้องคืนเงินให้โจทก์ พิพากษากลับ ให้จำเลยคืนเงินให้โจทก์ตามฟ้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา ๑๘๓ ศาลมีอำนาจสอบถามคู่ความเพื่อให้ได้ความชัดในประเด็นข้อพิพาท เมื่อศาลมีอำนาจถามแล้ว คู่ความก็มีหน้าที่ต้องแถลง หากไม่แถลงข้อที่ไม่แถลงนั้นก็ย่อมไม่เป็นประเด็นในคดี เรื่องนี้จำเลยต่อสู้ว่าได้จ่ายเงินให้แก่คนของโจทก์ไป จึงขอหักหนี้ ศาลสอบโจทก์ ๆ แถลงแต่เพียงว่า โจทก์เห็นว่าไม่เกี่ยวกับจำนวนเงินที่โจทก์ฟ้อง โจทก์ไม่ได้แถลงว่า หนี้รายที่จำเลยขอหักหนี้เป็นหนี้ที่ไม่แน่นอน หักกันไม่ได้ ฉะนั้นการที่โจทก์นำสืบว่าได้ฝากเงินจำเลยไป และเงินที่นายอุดมได้รับจากบุตรจำเลย คือ เงินของโจทก์เอง ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังว่า หนี้ยังไม่แน่นอน จึงเป็นข้อสืบนอกประเด็น ศาลฎีกาเห็นว่า จะรับฟังไม่ได้ ก็ต้องถือว่า เป็นหนี้ไม่แน่นอนและยอมให้จำเลยหักหนี้ และเมื่อจำเลยได้หักหนี้ก็เป็นการสมประสงค์กับที่จำเลยให้การต่อสู้คดีไว้แล้ว พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 972/2492 นายอารี สุทธยาลัย โจทก์ นายปัญญา หรือเต็ง ตันสิริ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอารี สุทธยาลัย · ล. - นายปัญญา หรือเต็ง ตันสิริ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญเนติศาสตร์ · ปรีชาวินิจฉัย · ทรงนิติกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายชวน สิงหลกะ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิเทสจรรยารักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 13107/2556ฎีกา 2749/2538ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532ฎีกา 4185/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา