⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 973/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 973/2492

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- การฟ้องคดีโดยอ้างว่าทรัพย์สินตกเป็นของโจทก์แล้ว ย่อมเป็นการฟ้องโดยถือเอาสิทธิของตนเองเป็นหลัก ไม่ใช่การฟ้องบังคับตามสัญญาที่ทำไว้กับบุคคลอื่น.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า ช.บิดาโจทก์จำเลยได้เอาที่ดินเนื้อที่ 19 ไร่เศษมาตีเป็นทองคำหมั้นให้แก่ ข. 6 ไร่ในเวลาที่โจทก์กับ ข.สมรสกัน และกองทุนให้โจทก์กับ ข. อีก 4 ไร่ รวมเป็น 10 ไร่ โจทก์กับ ข.มีบุตรคนหนึ่ง ข.ตาย ที่ 10 ไร่จึงตกได้แก่โจทก์และบุตร จึงขอให้ศาลแสดงว่าโจทก์มีกรรมสิทธิในที่นา 10 ไร่ ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้อง ดังนี้ ต้องแปลฟ้องโจทก์ว่า โจทก์มิได้ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในฐานะผู้รับมฤดก ช. ให้โอนที่ให้แก่โจทก์ตามสัญญาที่ ช.ทำไว้กับโจทก์และ ข. แต่ฟ้องโดยถือว่าที่ตกเป็นของ ข. และโจทก์แล้ว 10 ไร่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.525 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายช้อยบิดาโจทก์,จำเลยได้เอาที่ดินเนื้อที่ ๑๙ ไร่ ๒ งาน ๕๒ วามาตีเป็นทองคำหมั้นให้แก่นางขันถม ๖ ไร่ ในเวลาที่นางขันถมสมรสกับโจทก์และกองทุนให้โจทก์กับนางขันถมอีก ๔ ไร่ รวมเป็น ๑๐ ไร่ แต่ยังไม่ได้แก้ทะเบียน โจทก์และนางขันถมได้ยึดถือที่ดินนี้เป็นของตนรวม ๑๐ ไร่ ต่อมาโจทก์และนางขันถมอยู่กินด้วยกัน จนมีบุตร คือ เด็กชายเฉลิม นางขันถมตาย นา ๖ ไร่ที่ตีเป็นทองหมั้นและตกเป็นสินส่วนตัว จึงตกได้แก่โจทก์และบุตร ส่วนอีก ๔ ไร่ที่เป็นทุนก็ตกแก่โจทก์และบุตร ส่วนนายช้อยคงเหลืออีกเพียง ๙ ไร่ ๒ งาน ๕๒ วา นายช้อยตายในปี พ.ศ. ๒๔๙๐ จำเลยได้ตกลงให้โจทก์เป็นผู้ออกเงินทำศพ จำเลยจะไม่เกี่ยวข้องกับที่มฤดก ๙ ไร่เศษนี้ โดยให้เป็นกรรมสิทธิแก่โจทก์บัดนี้จำเลยได้ประกาศขอรับมฤดกที่แปลงนี้รวมทั้งของโจทก์ ๑๐ ไร่ด้วย จึงขอให้ศาลแสดงว่า โจทก์มีกรรมสิทธิในที่นา ๑๐ ไร่ ห้ามไม่ให้จำเลยเกี่ยวข้อง หักค่าทำศพออกจากที่ดินส่วนที่เป็นมฤดกและแบ่งให้โจทก์,จำเลยคนละส่วน รวม ๓ ส่วน จำเลยที่ ๑ ให้การว่านายช้อยเป็นคนวิกลจริต ไม่ได้ทำสัญญาดังฟ้อง หากได้ทำก็โดยถูกหลอกลวงและถูกกลอุบายของโจทก์ การยกให้ไม่สมบูรณ์ จำเลยที่ ๒ ให้การว่าไม่เคยให้โจทก์ออกเงินค่าทำศพนายช้อย โดยจำเลยจะไม่เกี่ยวข้องด้วยกับที่ดินของนายช้อย โจทก์ไม่มีสิทธิหักเงินค่าทำศพออกจากกองมฤดกนายช้อยเพราะเป็นเรื่องต่างฝ่ายต่างกระทำไปตามหน้าที่ของบุตร ชั้นพิจารณารับกันว่า โจทก์ได้ออกเงินค่าทำศพทดรอง ๖๐๐ บาท ศาลชั้นต้นเห็นว่า แม้นายช้อยจะได้ทำสัญญาไว้จริง ก็เป็นสัญญาให้ที่ดินโฉนด เมื่อไม่ได้จดทะเบียนตกเป็นโมฆะ ที่ ๑๐ ไร่โจทก์ยึดไว้เป็นของตนไม่ถึง ๑๐ ปี และไม่ปรากฎว่าแยกกันปกครองเป็นส่วนสัด โจทก์,จำเลยทั้ง ๓ คนเป็นทายาทโดยธรรมของนายช้อยและได้ว่ากันมาในเรื่องมฤดกอยู่แล้ว สมควรแบ่งมฤดกให้เสร็จไปด้วย พิพากษาให้เอาที่นารายพิพาททั้งแปลงมาแบ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา, ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญารายนี้เป็นสัญญาต่างตอบแทนกัน ไม่ใช่สัญญาให้โจทก์ฟ้องขอให้ผู้รับมฤดกปฏิบัติตามสัญญาต่อไป ผู้รับมฤดกจึงมีหน้าที่โอนนา ๑๐ ไร่ให้แก่โจทก์ ศาลฎีกาได้ตรวจคำพรรณาในคำฟ้อง คดีของโจทก์แล้ว โจทก์มิได้ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยในฐานะผู้รับมฤดกนายช้อยให้โอนให้แก่โจทก์ตามสัญญา แต่ฟ้องโดยถือว่า ตกเป็นของนางขันถมและโจทก์ ๑๐ ไร่ โจทก์หาได้ฟ้องดังฎีกาไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 973/2492 นายฉลวย ธรรมรัตน์ ธรรมรัตน์ นางลออง (นามสกุลไม่ปรากฎ) ที่ 1, นางสอิ้ง ป้องภัน ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความธรรมรัตน์ - นายฉลวย ธรรมรัตน์ · 1, - นางลออง (นามสกุลไม่ปรากฎ) ที่ · ล. - นางสอิ้ง ป้องภัน ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญเนติศาสตร์ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ปรีชาวินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - พระดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ศาลอุทธรณ์ - พระนาถปริญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 163/2491ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 231/2482ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 2983/2549ฎีกา 2026/2494ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 377/2536ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 5640/2541ฎีกา 4564/2543ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 1657/2503
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา