คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1268/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าการกระทำระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาจะซื้อขายหรือไม่นั้น ยังไม่เป็นเหตุผลที่โจทก์จะใช้สิทธิทางศาลตามกฎหมายได้ หากโจทก์ยืนยันว่าได้มีการตกลงกับจำเลยแล้ว และจำเลยกระทำผิดข้อตกลง โจทก์ชอบที่จะฟ้องร้องว่ากล่าวในทางนั้น
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าได้เสนอขายสิ่งของแก่จำเลย ๆ ได้สนองรับซื้อสิ่งของนั้น ตามคำเสนอของโจทก์แล้วแต่ต่อมาบิดพริ้วไม่ยอมทำสัญญาซื้อขายสิ่งของนั้นกับโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเสีย หาย จึงขอให้ศาลแสดงว่าการกระทำระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาจะซื้อขายมีผลผูกพันและบังคับได้ตามกฎหมาย ดังนี้ยังไม่เป็นเหตุผลที่โจทก์จะต้องมาขอใช้สิทธิทางศาลตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 55 เพราะเป็นเรื่องที่ขอให้แสดงว่าได้มีการตกลงจะทำสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยหรือไม่เท่านั้น ถ้าโจทก์ยืนยันว่าได้มีการตกลงกับจำเลยแล้ว และจำเลยกระทำผิดข้อตกลงอย่างใด โจทก์ชอบที่จะฟ้องร้องว่ากล่าวในทางนั้น ฉะนั้นในเรื่องนี้จึงยังไม่เป็นมูลกรณีที่จะพึงฟ้องร้องกลับ
(ประชุมใหญ่)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องกล่าวว่าเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๔๙๑ โจทก์ได้มีหนังสือเสนอขายกระดาษปรู๊ฟ ๕๐,๐๐๐ ริม ราคาริมละ ๕๒ บาทและกระดาษปอนด์สีขาว ๕๐,๐๐๐ ริม ราคาริมละ ๑๒๐ บาท รวมเป็นเงิน ๘,๐๘๐,๐๐๐ บาท ให้แก่กระทรวงการอุตสาหกรรมโดยโจทก์ขอรับเงินล่วงหน้าเป็นเงินปอนด์สเตอริงเป็นจำนวน ๒๐๒,๐๐๐ ปอนด์ กระทรวงการอุตสาหกรรมได้พิจารณาคำสนองของโจทก์แล้วตกปากลงคำสนองรับซื้อกระดาาตามคำเสนอของโจทก์โดยมีหลักฐานเป็นหนังสือและได้แจ้งให้โจทก์ทราบคำรับสนองรับแล้ว ต่อมาจำเลยกลับถ้อยคืนคำไม่ยอมสัญญาซื้อขายกระดาษรายนี้กับโจทก์และไม่ยอมจ่ายเงินราคาล่วงหน้าให้โจทก์ โดยอ้างว่าคำสนองรับยังไม่ผูกพันจำเลยบ้าง ยังไม่มีเงินตราบ้างเป็นเหตุให้โจทก์เสียหายมาก ซึ่งโจทก์ขอสงวนสิทธิไว้ว่ากล่าวเอากับจำเลยต่อไป ขอให้ศาลแสดงว่าการกระทำระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นสัญญาจะซื้อขายมีผลผูกพันและบังคับได้ตามกฎหมาย เสียค่าขึ้นศาล ๑๕ บาทเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์
จำเลยปฏิเสธความรับผิด ต่อสู้ว่ายังไม่มีผลผูกพันเป็นสัญญาจะซื้อขาย
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาได้ประชุมใหญ่มีมติว่าตามคำฟ้องที่โจทก์กล่าวอ้างขึ้นมานี้ยังไม่เป็นเหตุผลที่โจทก์จะต้องมาขอใช้สิทธิทางศาล ตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๕๕ เพราะเป็นเรื่องที่ขอให้แสดงว่า ได้มีการตกลงจะทำสัญญากันระหว่างโจทก์จำเลยแล้ว หรือไม่เท่านั้น ถ้าโจทก์ยืนยันว่าได้มีการตกลงกับจำเลยแล้ว และจำเลยกระทำผิดข้อตกลงอย่างใด โจทก์ก็ชอบที่จะฟ้องร้องว่ากล่าวในทางนั้น ฉะนั้นในเรื่องนี้จึงยังไม่เป็นมูลกรณีที่จะพึงฟ้องร้องกัน
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1268/2493
บริษัทอินเตอร์แนชชั่นแนลสัพไพล จำกัด โดยนางมานิดา เตลาน ประธาน
กรรมการ โจทก์
กระทรวงการอุตาสหกรรม โดย พล ต.หม่อมสนิทวงษ์เสนี ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ประธาน - บริษัทอินเตอร์แนชชั่นแนลสัพไพล จำกัด โดยนางมานิดา เตลาน · โจทก์ - กรรมการ · ล. - กระทรวงการอุตาสหกรรม โดย พล ต.หม่อมสนิทวงษ์เสนี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต · นาถปรีชา · นนทประชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครเหนือ - หลวงอนุสสรณ์นิติสาร · ศาลอุทธรณ์ - พระประศาสน์วินิจฉัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา