คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1380/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยในคดีอาญา โดยจำเลยรับสารภาพ ไม่ได้หมายความว่าข้อเท็จจริงที่จำเลยยกขึ้นต่อสู้ในคดีแพ่งว่าเป็นการวิวาท จะถูกวินิจฉัยชี้ขาดไปในคดีอาญาด้วย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเคยถูกอัยการเป็นโจทก์ฟ้องหาว่าทำร้ายร่างกายผู้เสียหายถึงบาดเจ็บ จำเลยรับสารภาพศาลจึงพิพากษาลงโทษจำเลยว่ามีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม. 245 ผู้เสียหายจึงได้มาเป็นโจทก์เรียกค่าเสียหายจากจำเลยในทางแพ่งจำเลยย่อมต่อสู้ว่าที่ผู้เสียหายถูกทำร้ายมีบาดเจ็บนั้นเนื่องจากการวิวาทระหว่างจำเลยกับผู้เสียหาย ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยดังนี้ได้ (เพราะข้อเท็จจริงทางอาญาในคดีก่อนนั้น ศาลไม่ได้พิจารณาชี้ขาดประเด็นว่าวิวาทหรือไม่ศาลก็ย่อมลงโทษ จำเลยตามมาตรา 254 ได้)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหาย ๒๙๔๐ บาท จากจำเลยโดยกล่าวว่าจำเลยจงใจทำร้ายร่างกายโจทก์มีบาดเจ็บโดยใช้ไม้ตี แจ้งตามสำนวนอาญาคดีแดงที่ ๙๑/๒๔๙๒
จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ก่อเหตุให้เกิดการวิวาทระหว่างโจทก์จำเลย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหาย
ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์จำเลยวิวาทกัน โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามฟ้อง
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าข้อนำสืบของจำเลยขัดกับคำให้การของจำเลยในคดีก่อน ไม่น่าเชื่อพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1380/2493
นายน้อย บัวเจียม โจทก์
นายอู๋ รุ่งเรือง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายน้อย บัวเจียม · ล. - นายอู๋ รุ่งเรือง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศิลปสิทธิวินิจฉัย · ธรรมบัณฑิต · นาถปรีชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลราชบุรี - หลวงบริหารพินิจฉยกิจ · ศาลอุทธรณ์ - พระทิพยประชา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา