⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1423/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1423/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้ขายได้รับชำระเงินครบถ้วนตามสัญญาแล้ว ผู้ขายย่อมมีหน้าที่ต้องโอนสิทธิการเช่าที่ดินให้แก่ผู้ซื้อตามที่ได้ตกลงกันไว้

ย่อคำพิพากษา

ตกลงขายเรือนกันโดยวิธีผ่อนส่ง ในสัญญาข้อหนึ่งผู้ขายรับรองว่าเมื่อผู้ซื้อส่งเงินครบแล้วผู้ขายจะอนุญาตให้ผู้ซื้อรับโอนการเช่าที่ดินรายที่ปลูกเรือนพิพาทด้วยดังนี้ เมื่อผู้ขายได้รับเงินครบถ้วนแล้ว ผู้ขายก็ย่อมมีหน้าที่ต้องโอนการเช่าให้ผู้ซื้อ การที่ผู้ซื้อขอผัดเพื่อสอบเขตหรือขอแถลงรับการโอนช้าไปบ้างนั้นไม่เป็นเหตุที่จะถือว่าผู้ซื้อผิดนัดถึงแก่ทำให้ผู้ขายหมดหน้าที่ไปได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.354 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.357 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาปราณีประนอมยอมความกันมีใจความสำคัญว่าจำเลยยอมชำระเงินให้โจทก์ ๒๗๕๐ บาทด้วยการผ่อนส่งโดยมีกำหนดโจทก์ยอมให้กรรมสิทธิเรือนหมายเลขที่ ๓๓ ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินโจทก์เช่าจากรมการศาสนาให้แก่จำเลย และเมื่อจำเลยผ่อนชำระเงินครบถ้วนแล้วโจทก์จะอนุญาตให้จำเลยรับโอนการเช่าที่ดินรายนี้ ศาลพิพากษาและบังคับคดีตามที่ยอมกัน จำเลยชำระเงินงวดสุดท้ายไปแล้ว โจทก์มาร้องว่าจำเลยไม่รับโอนการเช่า ขอให้บังคับจำเลยให้รับโอนการเช่า ศษลนัดพร้อมกันจำเลยแถลงว่าจำเลยจะรับโอนเหมือนกัน แต่ปรากฎว่าเนื้อที่ดินน้อยกว่าที่โจทก์เช่าจำเลยกำลังยื่นคำร้องต่อกรมการศาสนาอยู่แล้ว จึงขอเวลา ๑๕ วัน แล้วจะแถลงให้ศาลทราบว่าจะรับโอนสิทธิรายนี้หรือไม่ ศาลได้นัดวันที่ ๘ กันยายน เวลา ๑๓.๐๐ น. จำเลยไม่แถลงตรงตามเวลา แต่ได้ยื่นในเวลา ๑๔.๐๐ น. ว่าจะยอมรับโอนการเช่าให้เสร็จไป รุ่งขึ้นโจทก์มายื่นฟ้องคดีนี้ว่าการที่โจทก์โอนการเช่าที่ให้จำเลยนั้นเป็นเพียงคำมั่น ซึ่งโจทก์มีสิทธิที่จะเพิกถอนได้ โจทก์จึงขอให้เพิกถอนคำมั่นเสีย และให้จำเลยรื้อเรือนออกจากที่ดินรายพิพาทกับเรียกค่าเสียหายด้วย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์คงพิพากษาให้ยกฟ้องเช่นเดียวกัน โจทก์ฎีกาว่า ตามสัญญาข้อ ๓ เป็นคำมั่นหรือคำเสนอ เมื่อจำเลยไม่สนองรับ โจทก์ก็ย่อมหมดสิทธิในคำมั่นนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ในสัญญาข้อ ๓ ซึ่งมีข้อความว่าโจทก์รับรองว่าเมื่อจำเลยผ่อนส่งเงินครบถ้วนตามข้อ ๑ แล้ว จะอนุญาตให้จำเลยรับโอนการเช่าที่ดินรายที่ปลูกเรือนพิพาทด้วยก็เมื่อโจทก์ได้รับเงินครบถ้วนแล้วโจทก์ก็ย่อมมีหน้าที่ต้องโอนการเช่าให้จำเลย ส่วนการที่จำเลยขอผัดเพื่อสอบเขตหรือขอแถลงรับการโอนต่อศาลช้าไปเพียง ๑ ชั่วโมงนั้น ไม่เป็นเหตุที่จะถือว่าจำเลยผิดนัดถึงแก่ทำให้โจทก์หมดหน้าที่ไปได้ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1423/2493 ร้อยเอกประสาท วรมิศร์ โจทก์ นายสาโรจน์ หรือธนู วงศาโรจน์ ที่1, นางนพ วงศาโรจน์ ที่2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร้อยเอกประสาท วรมิศร์ · ล. - นายสาโรจน์ หรือธนู วงศาโรจน์ ที่1, นางนพ วงศาโรจน์ ที่2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมบัณฑิต · นาถปรีชา · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - หลวงพิชัยนิตินาท · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒิธรรมเนติกรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2923/2525ฎีกา 5459/2537ฎีกา 2467/2526ฎีกา 1561/2529ฎีกา 2983/2549ฎีกา 1627/2505ฎีกา 2750/2519ฎีกา 3517/2531ฎีกา 13705/2556ฎีกา 131/2489ฎีกา 1025/2538ฎีกา 4564/2543ฎีกา 8543/2544ฎีกา 2160/2518ฎีกา 2509/2555ฎีกา 1325/2506ฎีกา 279/2513ฎีกา 3711/2533ฎีกา 2639/2515ฎีกา 1376/2512ฎีกา 5255/2539ฎีกา 8534/2542ฎีกา 3052/2528ฎีกา 8258/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา