คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1735/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีกรรมสิทธิหรือสิทธิครอบครองที่ดิน ย่อมมีสิทธิฟ้องผู้ที่นำเจ้าพนักงานที่ดินมารังวัดที่ดินของตนเพื่อออกโฉนดให้แก่บุคคลอื่นได้ โดยขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิหรือสิทธิครอบครองและห้ามการรบกวนการครอบครองได้ แม้จำเลยจะกระทำตามหน้าที่ราชการก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ผู้มีกรรมสิทธิหรือมีสิทธิครอบครองที่ดิน ย่อมมีสิทธิฟ้องผู้ที่นำเจ้าพนักงานที่ดินมารังวัดที่นั้นเพื่อออกโฉนดให้เป็นของผู้อื่นเป็นจำเลย โดยฟ้องขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิหรือสิทธิครอบครองที่นั้นและห้ามมิให้มารบกวนการครอบครองที่นั้นได้ แม้ว่าจำเลยจะกระทำไปตามหน้าที่ราชการและอาศัยสิทธิของบุคคลที่ 3 ก็ดี ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะเรียกบุคคลที่ 3 ซึ่งจำเลยอาศัยสิทธินั้นเข้ามาในคดี,หาใช่เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องฟ้องบุคคลที่ 3 ซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับโจทก์นั้นไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าที่รายพิพาทโจทก์ได้รับมรดกมาและครอบครองเป็นเจ้าของมา ๓๐ ปีเศษแล้วครั้นเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๔๘๕ จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานศาสนสมบัติโดยตำแหน่งได้นำเจ้าพนักงานช่างแผนที่ทำการรังวัดเอาที่ของโจทก์รายนี้หมดทั้งแปลง โดยจำเลยที่ ๑ ได้รับคำสั่งจากจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ้างว่าที่รายนี้เป็นที่ของวัดน้อย (ร้าง) แต่ความจริงที่รายนี้หาได้อยู่ในเขตต์วัดน้อยไม่ การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์จึงขอให้ศาลแสดงว่าที่รายนี้โจทก์ได้รับมรดกครอบครองมาช้านาน ควรได้กรรมสิทธิและห้ามจำเลยทั้ง ๒ เข้าเกี่ยวข้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าตามฟ้องโจทก์มิได้ตั้งข้อพิพาทกับกรมอัยการจังหวัด ในฐานะผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการหรือกับกระทรวงศึกษาธิการ ประเด็นในข้อกรรมสิทธิหรือสิทธิครอบครองนี้ไม่ใช่ข้อพิพาทกับจำเลยทั้ง ๒ ซึ่งโจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัว ฟ้องของโจทก์ข้อที่ขอให้แสดงกรรมสิทธิของโจทก์ในที่พิพาทจึงไม่ใช่ประเด็นที่จะพึงวินิจฉัยในคดีนี้ จึงพิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีฟังได้ว่าโจทก์มีกรรมสิทธิหรือสิทธิครอบครองที่พิพาท และจำเลยนำเจ้าพนักงานที่ดินมารังวัดที่พิพาทเพื่อออกโฉนดให้เป็นของผู้อื่น (วัดน้อยราง) เสีย การกระทำของจำเลยย่อมเป็นการละเมิดโต้แย้งกรรมสิทธิหรือสิทธิครอบครองที่พิพาทของโจทก์ ๆ จึงมีอำนาจฟ้องขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิหรือสิทธิครอบครองที่พิพาทของโจทก์ได้ แม้ว่าจำเลยจะได้กระทำในหน้าที่ราชการโดยอ้างว่าจำเลยมีสิทธิที่จะกระทำได้โดยอาศัยอำนาจของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นบุคคลที่ ๓ ก็เป็นหน้าที่ของจำเลที่จะเรียกให้บุคคลที่ ๓ ที่จำเลยอาศัยสิทธินั้นเข้ามาในคดีหาใช่เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะฟ้องบุคคลที่ ๓ ซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับโจทก์นั้นไม่ จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาคดีนี้ใหม่ แล้วพิพากษาไปตามนัยนี้
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1735/2493
น.ส. สมบุญ อุโคสกิจ (ตาย) นางละม่อม ภูมาศวิน (ผู้รับมรดกความ) โจทก์
นายเปลื้อง สารทประภา ที่1, นายวิโรจน์ กมลพันธ์ ที่2 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - น.ส. สมบุญ อุโคสกิจ (ตาย) นางละม่อม ภูมาศวิน (ผู้รับมรดกความ) · ล. - นายเปลื้อง สารทประภา ที่1, นายวิโรจน์ กมลพันธ์ ที่2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูกิจวิมลอรรถ · ประมูล สุวรรณศร · นาถปรีชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายเกษม พิมพ์จันทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายกริด สารสาส |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา