คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1817/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเพิกถอนหนังสือสำคัญและรายการจดทะเบียนตามกฎหมายที่ดินย่อมมีผลให้รายการจดทะเบียนนั้นไม่มีอยู่จริง และไม่อาจใช้สิทธิใดๆ อันเนื่องมาจากการจดทะเบียนนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
เมื่อศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนหนังสือสำคัญและรายการจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2486 มาตรา 12 ก็ต้องถือว่ารายการจดทะเบียนนั้นมิได้มีอยู่ ผู้ใดจะมาอ้างทรัพย์สิทธิอย่างใด เนื่องมาจากการจดทะเบียนนั้นมิได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าโฉนดที่ดินที่ ๘๕๘ ของโจทก์หายไปพร้อมกับแบบใบมอบฉันทะที่โจทก์ลงนามไว้ ต่อมาปรากฎว่าจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ได้สมคบกับกรอกข้อความในใบมอบฉันทะ แล้วได้ทำการให้พนักงานเจ้าหน้าที่หลงเชื่อจดแก้ทะเบียนเป็นจำเลยที่ ๑ โอนขายให้จำเลยที่ ๒ โจทก์จึงได้ทำการอายัติที่ดินแปลงนี้ไว้ต่อหอทะเบียนที่ดิน ครั้นในวันรุ่งขึ้นจำเลยที่ ๒ ได้ฉวยโอกาสทำการโอนกรรมสิทธิขายฝากที่ดินแปลงนั้นให้แก่จำเลยที่ ๓ เป็นการสมยอมต่อไปอีก โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำการโอนแก้ทะเบียนให้ไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้เพิกถอนนิติกรรมระหว่างจำเลยที่ ๑-๒-๓
ข้อเท็จจริงปรากฎในสำนวนว่าก่อนที่ศาลแพ่งเริ่มทำการสืบพยาน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพระนครธนบุรีโดยทางพนักงานอัยการกรมอัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ขอให้สั่งเพิกถอนรายการจดทะเบียนสัญญาขายฝากระหว่างจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เสีย ตามบทบัญญัติแห่งมาตรา ๗ ทวิแห่งพ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน (ฉะบับ ๒) ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๑๒ แห่ง พ.ร.บ.(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๔๘๖ โดยอ้างว่าที่ดินนั้นได้ถูกอายัติอยู่ การจดทะเบียนได้กระทำโดยผิดหลงของเจ้าพนักงาน
ศาลแขวงพระนครเหนือได้ประกาศโฆษณาตามระเบียบแล้ว ไต่สวนได้ความจริงตามคำร้อง จึงมีคำสั่งว่าการจดทะเบียนนิติกรรมขายฝากดังกล่าวเป็นการกระทำโดยผิดหลงของเจ้าพนักงาน ให้เพิกถอนหนังสือสำคัญและรายการจดทะเบียนนั้นเสีย
ต่อมาศาลแพ่งได้พิจารณาคดีนี้แล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้เพิกถอนนิติกรรมการทะเบียนและการโอนกรรมสิทธิที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ ๑ กับที่ ๒ และระหว่างจำเลยที่ ๒ กับที่ ๓ ให้กลับคืนสู่ฐานะเดิม
จำเลยที่ ๓ ผู้เดียวฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ระหว่างจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ นั้น ได้ถูกเพิกถอนเสียแล้วโดยคำสั่งของศาลแขวงพระนครเหนือ และขณะที่ศาลแพ่งทำการพิจารณานั้นต้องถือว่ารายการจดทะเบียนนั้นมิได้มีที่อยู่ เมื่อเป็นดังนี้จำเลยที่ ๓ ก็ไม่มีทางที่จะอ้างทรัพย์สิทธิอย่างใดในที่ดินพิพาทได้ จำเลยที่ ๓ ไม่มีทางขนะคดีนี้
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1817/2493
นายสนิท เทพวัลย์ ที่1, นางอาภา เทพวัลย์ ที่2 โจทก์
นายทองตัน สุนทรครุฑ ที่1, นายบุญชู ลีวะรา ที่2, นางหรั่ง พลขนิสถ์ ที่3 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสนิท เทพวัลย์ ที่1, นางอาภา เทพวัลย์ ที่2 · ล. - นายทองตัน สุนทรครุฑ ที่1, นายบุญชู ลีวะรา ที่2, นางหรั่ง พลขนิสถ์ ที่3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · นาถปรีชา · มนูกิจวิมลอรรถ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเชื้อ คงคากุล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิพาศนฤพนธ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา