คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่มิได้ทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด (เช่น การจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่) ถือเป็นโมฆะ แต่หากผู้ซื้อได้ครอบครองทรัพย์สินนั้นโดยสงบและโดยเปิดเผยยิ่งกว่า 10 ปีแล้ว ผู้ซื้อย่อมได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นโดยการครอบครองปรปักษ์
ย่อคำพิพากษา
ในเอกสารที่ระบุว่าฝ่ายโจทก์ได้กู้เงินเอานาไม่มีโฉนดหนึ่งแปลงยกให้เป็นกรรมสิทธิ์ต่อไป ซึ่งจำเลยได้ครอบคอรงที่นามานั้นมากกว่า 20 ปีแล้ว ดังนี้ เป็นการซื้อขายที่ทำไม่ถูกแบบ โจทก์จะฟ้องเรียกที่นาคืนมิได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ ๒๐ ปีนี้ได้ทำสัญญากู้เงิน ข.สามีจำเลย มอบที่นาให้ทำกินต่างดอกเบี้ย เมื่อ ๕ ปีมานี้ ช.ตาย จำเลยเป็นผู้รับมรดกและครอบครองที่นาโจทก์ขอไถ่คืน จำเลยไม่ยอม ปรากฏตามเอกสารซึ่งคู่ความอ้างร่วมีข้อความว่า "ข้าพเจ้านางปั้นได้กู้เงินของ ช.ไป ๑๙๕ บาท ฯลฯ ในจำนวนเงินซึ่งได้กู้ไปนี้ ข้าพเจ้าได้ทำนาหนึ่งแปลงไม่มีโฉนด อยู่ที่ ฯลฯ ยกให้เป็นกรรมสิทธิต่อไป"
ศาลชั้นต้นเชื่อว่า โจทก์กู้เงิน ช.สามีจำเลย และมอบมาให้ทำกินต่างดอกเบี้ย พิพากษาให้จำเลยรับเงินกุ้ ๑๙๕ บาท แล้วคืนนาให้โจทก์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เป็นการขายนาให้สามีจำเลยพิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อความในเอกสาดังกล่าวประกอบกับพยานที่ว่าโจทก์ได้ให้จำเลยทำนาที่มากว่า ๒๐ ปีแล้ว ทำให้เห็นว่า เป็นการซื้อขายซึ่งทำไม่ถูกแบบเมื่อจำเลยได้ครอบครองมานานหลายปีแล้ว โจทก์จะฟ้องเรียกคือมิได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2493
นางปั้น แช่มช้อย โจทก์
นางสร้อย สิงหา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางปั้น แช่มช้อย · จำเลย - นางสร้อย สิงหา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต · นนทประชา · ศิลปสิทธิวินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชัยนาท - นายสำราญ ศิริพันธ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ ประนาท |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา