คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 640/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การทำสัญญาประนีประนอมยอมความแบ่งมรดกแทนบุตรผู้เยาว์โดยมารดาผู้ใช้อำนาจปกครองโดยมิได้รับอนุญาตจากศาลนั้น เป็นโมฆะ
2. หากจำเลยมิได้ยกประเด็นเรื่องการคิดส่วนแบ่งทรัพย์มรดกของบิดามารดาที่ตายไปแล้วขึ้นต่อสู้ให้ศาลวินิจฉัย ศาลย่อมไม่รับวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
การที่มารดาไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความแบ่งมรดกแทนบุตรผู้เยาว์โดยมิได้รับอนุญาตจากศาลนั้น ต้องห้ามตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1546 จึงต้องแบ่งส่วนมรดกกันตามกฎหมาย
ชั้นยื่นคำให้การหากจำเลยมิได้ยกประเด็นขึ้นต่อสู้ให้ศาลวินิจฉัยถึงการคิดส่วนแบ่งทรัพย์มรดกของบิดามารดาจำเลยซึ่งตายไปแล้ว ดังนี้ ศาลไม่รับวินิจฉัยให้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความตามที่รับกันว่า จำเลยทั้ง ๓ เป็นบุตร งซึ่งเกิดกับนางเง๊กกี่ซึ่งตายไป ๒๘ ปีแล้ว โจทก์เป็น้องจำเลยร่วมบิดาแต่เกิดกับนางยู่อี่ ภริยาคนหลัง ง.ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ได้มีการทำสัญญาประนีประนอมแบ่งมรดกผู้ตายเฉพาะที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๙๙ แบ่งเป็น ๗ ส่วน โจทก์ได้ ๑ ส่วน จำเลยได้คนละ ๒ ส่วน ที่ดินได้ขายไปเป็นเิงน ๓๕๐,๐๐๐ บาท โจทก์เห็นว่าสัญญาแบ่งมรดไม่ชอบ จึงฟ้องขอให้แบ่งให้โจทก์ ๑ ใน ๔ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไม่ยอม จำเลยที่ ๓ ยอมตามฟ้อง
ศาลแพ่งวินิจฉัยเป็น ๔ ข้อ ดังนี้
๑. ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ผลอันเกิดจากที่ดินให้แบ่งเป็น ๔ ส่วน โจทก์จำเลยได้คนละ ๑ ส่วนเท่า ๆ กัน แสดงว่าจำเลยยอมรับสิทธิของโจทก์และถือว่าโจทก์ครอบครองทรัพย์มรดกอยู่ด้วยราม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๗๔๕ และ ๑๗๔๘ แม้ฟ้องเกิน ๑ ปี ก็ไม่ขาดอายุความตามมาตรา ๑๗๕๔
๒. สัญญาแบ่งมรดก นางยู่อี่ทำในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้แทนโจทก์โดยมิได้รับอนุญาตจากศาลตามมาตรา ๑๕๔๖ จึงเป็นโมฆียะตามมาตรา ๑๑๖ โจทก์บอกล้างแล้ว ส่วนที่เกี่ยวแก่โจทก์จึงตกเป็นโมฆะตามมาตรา ๑๓๘
๓. ตามสัญญาแบ่งมรดก นางยู่อี่ได้รับอสังหาริมทรัพย์เป็นส่วนตัว หาใช่รับแทนโจทก์ไม่
๔. จำเลยมิได้ยกประเด็นขึ้นต่อสู้การคิดส่วนแบ่งที่ดินรายนี้ระหว่าง ง.กับนางเง๊กกี่ตามมาตรา ๑๓๒๕ โจทก์จำเลยเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายย่อมได้รับมรดกเท่ากันตามมาตรา ๑๖๓๓
พิพากษาให้จำเลยที่ ๑-๒ แบ่งมรดกในที่ดินโฉนดดังกล่าวให้โจทก์ ๑ ใน ๔เป็นเงิน ๖๑๕๖๒ บาท ๕๐ สตางค์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลล่างทั้ง ๒ เพราะสัญญาประนีประนอมยอมความแบ่งปันมรดกนั้นมารดาจะทำแทนบุตรผู้เยาว์โดยลำพังมิได้ ต้องห้ามตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๕๔๖ จึงต้องแบ่งส่วนมรดกกันตามกฎหมาย
และการที่จำเลยจะขอสืบพยานว่าโจทก์ได้รับมรดกอย่างอื่นไปมากแล้ว และที่ดินเป็นมรดกของมารดาจำเลย โจทก์จึงยอมรับส่วนในที่ดินน้อยนั้น ข้อนี้จำเลยมิได้ต่อสู้ไว้ในคำให้การ ที่ศาลแพ่งงดฟังพยานชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 640/2493
ด.ย.กิ๊ดซิ่ว ซื้อธวัช โดยนางยู่อี่มารดาผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์
นายกิตตกวง ซื้อธวัช ที่ 1 นายบวร ชูแสงกุล ที่ 2, นายเทียม ซื้อธวัช ที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ด.ย.กิ๊ดซิ่ว ซื้อธวัช โดยนางยู่อี่มารดาผู้แทนโดยชอบธรรม · จำเลย - นายกิตตกวง ซื้อธวัช ที่ 1 นายบวร ชูแสงกุล ที่ 2, นายเทียม ซื้อธวัช ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต · นนทประชา · ศิลปสิทธิวินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายพูน ไชยภัฏ · ศาลอุทธรณ์ - พระพิบูลย์ไอศวรรย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา