คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 848/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากข้อเท็จจริงที่สืบได้ไม่ปรากฏว่ามีการตกลงซื้อขายกัน ศาลจะบังคับให้โอนกรรมสิทธิ์ตามสัญญาจะซื้อขายไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องขอให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามสัญญาจะซื้อขาย แต่ตามคำบรรยายฟ้องและข้อเท็จจริงที่สืบ หาได้มีการตกลงจะซื้อขายกันต่อไม่ ดังนี้ศาลบังคับให้ไม่ได้ ต้องพิพากษายกฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า เดิมจำเลยเป็นสมาชิกของสหกรณ์ของสามไม่จำกัดสินใช้ จำเลยทั้ง ๓ กู้เงินสหกรณ์นั้นไปซื้อที่ดินโฉนดที่ ๔๙๙๗ เป็นเจ้าของร่วมกัน และทำสัญญาจำนองที่ดินที่ซื้อไว้ต่อสหกรณ์เป็นประกันเงินกู้นั้น ต่อมาจำเลยที่ ๑-๒ ทำผิดข้อบังคับของสหกรณ์ ที่ประชุมใหญ่จึงประชุมปลดจำเลยออกจากสมาชิกสหกรณ์ โจทก์เป็นผู้รับชำระหนี้แทน จำเลยเข้าครอบครองที่ดินของจำเลยทำกินก่อมา แต่ยังไม่ถึง ๑๐ ปี ถือว่าเป็นสัญญาจะซื้อขายตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๔๕๖ จึงขอให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนของจำเลย ลงชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องและข้อเท็จจริงดังกล่าวหาได้มีการตกลงจะซื้อขายที่ดินของจำเลยต่อกันดังฟ้องของโจทก์ไม่
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 848/2493
นายพริ้ง บุญเฉยที่ 1 นายเทียม นพรัตน์ ที่ 2 โจทก์
นายชัน และชัน ที่ 1 นายมาน นาเงินที่ 2 นายฉิ่ง เกิดกัน ที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายพริ้ง บุญเฉยที่ 1 นายเทียม นพรัตน์ ที่ 2 · จำเลย - นายชัน และชัน ที่ 1 นายมาน นาเงินที่ 2 นายฉิ่ง เกิดกัน ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นนทประชา · ธรรมบัณฑิต · นาถปรีชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายประสิทธิ สงขกุล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงเจริญฤทธิศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา