คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1822/2494
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เช่าโรงเรือนไม่ยอมออกไปจากโรงเรือน ทำให้เจ้าของโรงเรือนไม่สามารถรื้อถอนโรงเรือนตามที่ตกลงไว้กับเจ้าของที่ดินได้ ถือเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของที่ดิน เจ้าของที่ดินจึงฟ้องขับไล่ผู้เช่าให้ออกไปจากโรงเรือนได้ แม้ผู้เช่าจะอ้างว่าได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายค่าเช่า ก็ไม่อาจนำมาใช้ได้ เพราะสิทธิของผู้เช่าอยู่ก็หมดไปเมื่อเจ้าของโรงเรือนหมดอำนาจไปแล้ว
ย่อคำพิพากษา
ข้อฎีกาที่ว่าศาลล่างไม่ฟังข้อเท็จจริงตามที่ควรจะฟังนั้น เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงส่วนฎีกาที่ว่าศาลล่างฟังข้อเท็จจริงโดยไม่มีถ้อยคำสำนวนสนับสนุนนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
เจ้าของที่ดินฟ้องเจ้าของโรงเรือน ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินนั้นให้รื้อถอนโรงเรือนไปจนยอมความกันจะรื้อถอนโรงเรือนไปแล้ว แต่ไม่สามารถรื้อได้เพราะมีผู้เช่าโรงเรือนนั้นอยู่ ไม่ยอมออกไป ดังนี้ ถือได้ว่าการที่ผู้เช่าโรงเรือนไม่ยอมออกไปเป็นเหตุให้เจ้าของโรงเรือนรื้อไม่ได้ตามที่ตกลงไว้กับเจ้าของที่ดินย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของที่ดิน ๆ จึงฟ้องขับไล่ผู้เช่าโรงเรือนให้ออกไปจากโรงเรือนได้ ผู้เช่าจะอ้างว่าได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ก็ไม่ได้ เพราะผู้เช่าอยู่ในโรงเรือนโดยอาศัยสิทธิของเจ้าของโรงเรือนเมื่อเจ้าของโรงเรือนเองก็หมดอำนาจไปแล้ว สิทธิของผู้เช่าอยู่ก็หมดไปด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ ๒๑๑๕ โดยซื้อจากนายอำพล หะรินสุต ที่นี้มีโรงเรือนหมายเลข ๓๖ ของนายเต้งคุณปลูกอยู่ จำเลยได้ครอบครองโรงเรือนนี้ โจทก์ฟ้องนายเต้งคุณ ๆ ยอมความที่จะรื้อถอนไปในหนึ่งเดือนแต่ไม่สามารถรื้อได้ นายเตงคุณจึงได้ฟ้องจำเลย แต่ศาลพิพากษายกฟ้อง โจทก์ถือว่าจำเลยละเมิดสิทธิของโจทก์ จึงขอให้ศาลสั่งห้ามจำเลยเข้ามาใช้อำนาจครอบครองโรงเรือนเลขที่ ๓๖ นี้
จำเลยให้การว่า จำเลยเช่าโรงเรือนและที่ดินจากขุนนิพัทธ์ และนายอำพล ใช้เป็นที่อยู่อาศัยตลอดมาจนโอนเป็นกรรมสิทธิของโจทก์ จำเลยย่อมได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ
ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินเป็นของโจทก์ โรงเรือนเป็นของนายเตงคุณ เมื่อสิทธิการใช้ที่ดินของนายเตงคุณหมดไป การที่จำเลยอยู่ในที่ดินนี้ก็โดยอาศัยสิทธิของนายเตงคุณ จึงย่อมหมดไปด้วย จึงพิพากษาขับไล่จำเลย
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อฎีกาของจำเลยที่ว่า ศาลล่างไม่ฟังข้อเท็จจริงตามที่ควรจะฟังนั้นเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงเพราะจำเลยไม่ได้ฎีกาว่าศาลล่างฟังข้อเท็จจริงโดยไม่มีถ้อยคำสำนวนสนับสนุนซึ่งเป็นข้อกฎหมาย
คดีนี้ ศาลล่างฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน นายเตงคุณเป็นเจ้าของโรงเรือน จำเลยเป็นแต่ผู้เช่าโรงเรือนมาตั้งแต่เจ้าของเดิม บัดนี้นายเตงคุณเจ้าของโรงเรือนไม่มีสิทธิอยู่แล้ว จำเลยซึ่งอาศัยสิทธินายเตงคุณจะอยู่ได้อย่างไร การที่จำเลยไม่ยอมออกจากโรงเรือนเป็นเหตุให้นายเตงคุณรื้อไม่ได้ ดังที่ได้ตกลงไว้กับโจทก์เช่นนี้ ย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ ๆ จึงฟ้องร้องได้
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1822/2494
ขุนสนิทเศรษฐการ โจทก์
หม่อมเจ้ามงคลอุดม ชยางกูร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ขุนสนิทเศรษฐการ · จำเลย - หม่อมเจ้ามงคลอุดม ชยางกูร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จำรูญเนติศาสตร์ · มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายอุทัย จึงเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒิธรรมเนติกรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา