⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 199-200/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 199-200/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง ย่อมไม่เป็นความผิดฐานยักยอกในทรัพย์อันเดียวกันนั้นอีก.

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องข้อ 1 หาว่าจำเลยหลอกลวงฉ้อโกงเอาทรัพย์ไปข้อ 2 ว่า เมื่อได้ทรัพย์ไปแล้วจำเลยก็ยักยอกเอาทรัพย์นั้นเสีย ดังนี้ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ หาว่าจำเลยยักยอกเอาทรัพย์ที่จำเลยฉ้อโกงไปนั้นเอง จึงไม่เป็นความผิดฐานยักยอก ฉะนั้นต้องถือว่า ฟ้องเช่นนี้เป็นฟ้องหาว่าจำเลยทำผิดฐานฉ้อโกงฐานเดียว ฟ้องฎีกาของโจทก์ชี้แจงข้อเท็จจริงไปในทางความผิดฐานยักยอกและในฎีกาก็แสดงความประสงค์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานยักยอก เมื่อคำบรรยายฟ้องของโจทก์ไม่เป็นความผิดฐานยักยอกแล้ว คดีก็ไม่มีทางลงโทษจำเลยฐานยักยอกตามที่โจทก์ฎีกาได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.304 กฎหมายลักษณะอาญา ม.314 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องหาว่า ข้อ ๑ จำเลยสมคบกันใช้อุบายหลอกลวงอันประกอบด้วยความเท็จมากล่าวกับนายพิศาลว่า มีญาติพี่น้องของจำเลยทางบ้านนอกต้องการซื้อสิ่งของหลายอย่าง จึงขอรับสิ่งของเพื่อเอาไปให้ญาติดู หากขายได้จะนำเงินมาชำระให้ ขายไม่ได้จะคืนสิ่งของ โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตคิดหลอกลวงให้นายพิศาลส่งสิ่งของตามที่จำเลยต้องการให้แก่จำเลย นายพิศาลหลงเชื่อจึงมอบสิ่งของตามบัญชีท้ายฟ้องให้จำเลยไป ข้อ ๒. เนื่องจากจำเลยพูดหลอกลวง นายพิศาลให้ส่งสิ่งของ และจำเลยได้รับมอบสิ่งของตามบัญชีท้ายฟ้องข้อ ๑ ไปแล้วนั้น จำเลยได้บังอาจมีเจตนาทุจริตคิดเบียดบังยักยอกเอาทรัพย์สิ่งของ ๆ นายพิศาลที่มอบให้แก่จำเลยดังกล่าวแล้วนั้นเป็นประโยชน์ส่วนตัวของจำเลยเสีย ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๐๔,๓๑๔,๓๑๙ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามมาตรา ๓๑๙ จำคุกคนละ ๒ ปี ศาลอุทธรณ์เห็นว่าฟ้องของโจทก์มีความประสงค์จะกล่าวโทษจำเลยฐานฉ้อโกง หาใช่ฟ้องทั้งสองฐานไม่ และข้อหาฐานฉ้อโกงนี้ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์ ส่วนข้อเท็จจริงก็ฟังว่าไม่ได้หลอกลวง พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาว่า ฟ้องบรรยายหาว่าจำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงหรือยักยอก และข้อเท็จจริงในทางพิจารณาก็เป็นความผิดฐานยักยอก จึงลงโทษได้ ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องของโจทก์ข้อ ๑ หาว่าจำเลยหลอกลวงฉ้อโกงเอาทรัพย์ไปอันเป็นความผิดสำเร็จไปแล้ว ฟ้องข้อ ๒ ว่าเมื่อได้ทรัพย์ได้ทรัพย์ไปแล้ว จำเลยก็ยักยอกเอาทรัพย์นั้นเสีย ดังนี้ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือหาว่าจำเลยยักยอกทรัพย์ที่จำเลยยักยอกทรัพย์ที่จำเลยฉ้อโกงไป การที่เอาทรัพย์ที่ฉ้อโกงไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวนั้น ไม่ทำให้เกิดเป็นความผิดฐานยักยอกอีกฐานหนึ่ง ฉะนั้นฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ จึงไม่เป็นฟ้องในความผิดฐานยักยอก คดีนี้ฟ้องฎีกาของโจทก์ชี้แจงข้อเท็จจริงไปในทางความผิดฐานยักยอกและในฎีกาก็แสดงความประสงค์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานยักยอก เมื่อคำบรรยายฟ้องของโจทก์ไม่เป็นความผิดฐานยักยอกแล้ว คดีก็ไม่มีทางลงโทษจำเลยฐานยักยอกตามที่โจทก์ฏีกาได้ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 199 - 200/2494 อัยการมหาสารคาม โจทก์ นายเอ็ด บุตรเนียน จำเลย อัยการมหาสารถาม โจทก์ นายแก้ว บุตรเนียน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการมหาสารคาม · จำเลย - นายเอ็ด บุตรเนียน · โจทก์ - อัยการมหาสารถาม · จำเลย - นายแก้ว บุตรเนียน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวัติ ปัตตพงศ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายจินดา เกตุปัญญา · ศาลอุทธรณ์ - นายกริด สารสาส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2813/2566ฎีกา 1294/2509ฎีกา 11720/2555ฎีกา 884/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา