คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2001/2494
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้การสมรสไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย แต่หากทรัพย์สินที่ขอแบ่งเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างที่ทั้งสองอยู่กินกันฉันสามีภริยา ศาลจำต้องวินิจฉัยในเรื่องทรัพย์สินนั้น
ย่อคำพิพากษา
หญิงฟ้องหย่าขาดจากชายผู้เป็นสามีและขอแบ่งสินสมรสด้วย แม้จะได้ความว่าการสมรสไม่ได้จดทะเบียนจึงไม่เป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย ศาลไม่จำต้องวินิจฉัยในเรื่องหย่า ก็ตามแต่ในเรื่องทรัพย์สินที่ขอแบ่งนั้น ศาลจำต้องวินิจฉัยให้ ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 1179/2492
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอหย่าขาดจากสามีภริยากับจำเลยกับขอแบ่งสินสมรส
ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์จำเลยได้เป็นสามีภริยากันภายหลังประกาศใช้ ป.ม.แพ่งฯ บรรพ ๕ และมิได้จดทะเบียนสมรส จึงไม่ใช่สามีภริยากันตามกฎหมาย จึงไม่ต้องวินิจฉัยเรื่องหย่าและไม่ต้องวินิจฉัยเรื่องสินสมรส จึงพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาว่า ขอแบ่งทรัพย์ได้
ศาลฎีกา เห็นว่า แม้โจทก์จำเลยจะมีฐานะเป็นสามีภริยากันตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม ทรัพย์ที่โจทก์จำเลยหาได้ร่วมกันมาก็อยู่ในเกณฑ์เป็นเจ้าของร่วมกันอยู่นั่นเอง โจทก์จึงฟ้องขอแบ่งส่วนของโจทก์ได้ การฟ้องขอแบ่งทรัพย์นั้น ถึงหากจะเรียกชื่อทรัพย์ไม่ถูกต้องกับถ้อยคำในกฎหมาย กล่าวคือ โจทก์เรียกเป็นสินสมรสไปเสียก็ดี จะถือเป็นเหตุยกฟ้องเสียทีเดียวยังไม่ชอบ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๗๙/๒๔๙๒
จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลล่าง ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยในเรื่องทรัพย์ที่โจทก์ขอแบ่ง แล้วพิพากษาใหม่
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2001/2494
นางกิมไล้ กิลาโส โจทก์
นายมุ่ย กิลาโส จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางกิมไล้ กิลาโส · จำเลย - นายมุ่ย กิลาโส |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประศาสน์วินิจฉัย · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครสวรรค์. - นายถาวร หุตะโกวิท · ศาลอุทธรณ์ - หลวงเจริญฤทธิศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา