คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1028/2506
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสมรสที่เป็นโมฆะหรือโมฆียะ จะอ้างเป็นข้อต่อสู้ในคดีอื่นไม่ได้ เว้นแต่ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้การสมรสนั้นเป็นโมฆะหรือโมฆียะแล้ว
ย่อคำพิพากษา
จำเลยจะอ้างในคำให้การต่อสู้คดีว่าการสมรสระหว่างจำเลยกับบุคคลอื่นเป็นโมฆะหรือโมฆียะไม่ได้ นอกจากศาลพิพากษาว่าเป็นเช่นนั้น
การเพิกถอนการสมรสมีผลแต่เวลาที่+คำพิพากษาถึงที่สุด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1496 โดยอนุโลมตามมาตรา +
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ประกอบพิธีสมรสกับจำเลยและได้จดทะเบียนสมรสกับจำเลย + ที่ว่าการอำเภอบางกอกน้อย จังหวัดธนบุรี ทะเบียนเลขที่ + /+ ต่อมาไม่ถึงเดือน โจทก์ได้ทราบว่าจำเลยได้เคยจดทะเบียนสมรสกับนายไพฑูรย์มาก่อน ตามทะเบียนเลขที่ ก.๑/๑ ของสำนักงานทะเบียนอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ การจดทะเบียนสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นการผิดประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา +(๓) และ ๑๔๕๑+ เป็นโมฆะตามมาตรา ๑๔๙๐ ของให้ศาลพิพากษาว่า ทะเบียนสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะ
จำเลยหใ้การว่า การจดทะเบียนสมรสครั้งแรกระหว่างนายไพฑูรย์กับจำเลยนั้นจำเลยกระทำไปโดยถูกข่มขู่หลอกลวงและโดยความสำคัญผิดของจำเลยซึ่งไม่ทราบว่าเป็นทะเบียนสมรส ขณะจดทะเบียนสมรส จำเลยก็ยังไม่บรรลุนิติภาวะ การสมรสระหว่างนายไพฑูรย์กับจำเลยจึงเป็นโมฆียะ ขณะนี้บิดาของจำเลยได้ฟ้องเพิกถอนการจดทะเบียนสมรสระหว่างนายไพฑูรย์กับจำเลยและอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลแพ่ง ขอให้ยกฟ้อง
คู่ความรับกันว่า ขณะที่จำเลยจดทะเบียนสมรสกับโจทก์นั้น จำเลยได้จดทะเบียนสมรสครั้งแรกอยู่กับนายไพฑูรย์และทะเบียนสมรสนั้นยังอยู่ ไม่ปรากฎว่าศาลได้เพิกถอน ฝ่ายจำเลยขอให้ศาลรอฟังผลของคดีแพ่งซึ่งบิดาจำเลยได้ฟ้องนายไพฑูรย์ ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนสมรสดังกล่าวอยู่ หากคดีนั้นผลเป็นประการใด จำเลยขอถือตามผลของคดีนั้น ฝ่ายโจทก์ว่าไม่ควรต้องรอ
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว ไม่จำต้องฟังข้อเท็จจริงต่อไป และวินิจฉัยว่าขณะที่จำเลยจดทะเบียนสมรสกับโจทก์นั้น จำเลยได้จดทะเบียนสมรสครั้งแรกอยู่กับนายไพฑูรย์และทะเบียนสมรสนั้นไม่ปรากฎว่าศาลได้เพิกถอน จึงถือว่าขณะโจทก์จำเลยจดทะเบียนสมรสนั้น จำเลยยังเป็นคู่สมรสของบุคคลอื่น เป็นการผิดบทบัญญัติมาตรา +(๓) และถือว่าเป็นโมฆะตามมาตรา + พิพากษาว่า ทะเบียนสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะ
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยจะอ้างในคำให้การต่อสู้คดีว่า การสมรสระหว่างจำเลยกับนายไพฑูรย์เป็นโมฆะหรือโมฆียะไม่ได้ นอกจากศาลจะพิพากษาว่าเป็นเช่นนั้น โดยเหตุนี้ ขณะใดที่ศาลยังไม่ได้พิพากษาว่าการจดทะเบียนสมรสระหว่างจำเลยกับนายไพฑูรย์เป็นโมฆียะแล้วก็ต้องถือว่า เวลาจำเลยจดทะเบียนสมรสกับโจทก์คดีนี้ จำเลยยังเป็นคู่สมรสของขายอื่นอยู่ ฉะนั้น การจดทะเบียนสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงเป็นโมฆะ ฯลฯ
ฎีกาจำเลยขอให้รอคดีนี้ไว้ก่อนหรือฟังผลลงคดีแห่งซึ่งบิดาจำเลยกำลังฟ้องไว้นั้น ฯลฯตามบทบัญญามาตรา + กล่าวว่า เมื่อมีการเพิกถอนการสมรส ให้นำบทบัญญัติอันว่าด้วยการขาดจากการสมรสโดยการหย่าตามคำพิพากษาของศาลมาบังคับโดยอนุโลม ส่วนการหย่าตามคำพิพากษาของศาลดังกล่าวนี้ จะมีผลแต่เวลาที่คำพิพากษาถึงที่สุดตามมาตรา + ฉะนั้น +++ดังกล่าวศาลพิพากษาให้เพิกถอนการสมรสระหว่างจำเลยกับนายไพฑูรย์แล้ว ก็มีผลตั้งแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งเป็นการ+หลังการจดทะเบียนสมรสในคดีนี้ อันเป็นโมฆะไปก่อนแล้วนั้นเอง การเพิกถอนการสมรสระหว่างจำเลยกับนายไพฑูรย์+++แต่แรกเริ่มดังที่จำเลยฎีกาไม่
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1028/2506
พันตำรวจตรีนิเวศน์ พงษ์สร้อยเพ็ชร์ โจทก์
นางสาววันเพ็ญ หรือวิภาจรีย์ ตรีสวัสดิ์ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พันตำรวจตรีนิเวศน์ พงษ์สร้อยเพ็ชร์ · ล. - นางสาววันเพ็ญ หรือวิภาจรีย์ ตรีสวัสดิ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยุ้ย อาตมียะนันทน์ · การุณย์นราพร · สารกิจปรีชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายวิริยะ เกิดศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายประเทือง ชลายน. |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา