⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2019/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2019/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยึดทรัพย์เด็ดขาดก่อนคำพิพากษาไม่เสียไปแม้เจ้าพนักงานมิได้แจ้งให้จำเลยทราบเพราะไม่พบตัว และการซื้อขายทรัพย์ที่ถูกยึดเด็ดขาดก่อนคำพิพากษา ผู้ซื้อไม่ได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้น

ย่อคำพิพากษา

การยึดทรัพย์จำเลยก่อนคำพิพากษานั้น แม้การยึดทรัพย์เจ้าพนักงานจะมิได้แจ้งให้จำเลยทราบเพราะไม่พบตัวจำเลยก็ไม่ทำให้การยึดนั้นเสียไป จำเลยซื้อขายทรัพย์ที่ถูกยึดทรัพย์ชั่วคราวก่อนคำพิพากษา แก่ผู้ซื้อ แม้ผู้ซื้อจะซื้อโดยสุจริต ก็ไม่ได้กรรมสิทธิตามนัยแห่ง ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 259,305 และในภายหลังปรากฎว่าจำเลยถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว เพราะมีผู้ฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่สามารถเข้าครอบครองทรัพย์ที่ถูกยึดดังกล่าวข้างต้นได้ เนื่องจากเมื่อซื้อขายทรัพย์ที่ถูกยึดกันแล้ว ผู้ซื้อก็ขนเอาทรัพย์นั้นไปหมด โดยผู้ดูแลรักษาทรัพย์นั้นได้รู้เห็น ดังนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และเจ้าพนักงานบังคับคดี ย่อมมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องให้ผู้ซื้อทรัพย์นั้นกับผู้ดูแลรักษาทรัพย์นั้น ส่งทรัพย์ที่เอาไปได้ถ้าส่งไม่ได้ก็ต้องใช้ราคา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.259 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.305

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ทางพิจารณาได้ความว่า เดิมนางถนอมเป็นโจทก์ฟ้องนายหลีเหวงอิ่มกับพวก เรียกหนี้สิน และนำเจ้าพนักงานยึดทรัพย์ก่อนคำพิพากษาเมื่อวันที่ ๑๔,๑๕ ตุลาคม ๒๔๙๑ ต่อมานางถนอมขอถอนการยึดทรัพย์ ศาลสั่งอนุญาตวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๔๙๑ เจ้าพนักงานบังคับคดีเซ็นทราบคำสั่งวันที่ ๘ เดือนเดียวกัน ดังปรากฎในคดีแดงที่ ๑๑๘/๒๔๙๑ ในวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๔๙๑ นายหยินปั้นฟ้องนายหลีเหวงอิ่ม เป็นคดีล้มละลาย ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว เมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๔๙๑ และได้ออกหมายถึงเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในวันเดียวกัน จำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาซื้อขายทรัพย์ที่ถูกยึดกับ ม.ร.ว.กาญจนรส เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๔๙๑ ซื้อแล้ว ๒ วันก็ให้คนขนเครื่องจักรและสิ่งของไป ส่วนจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ดูแลรักษาทรัพย์รายนี้ ได้รู้เห็น โจทก์จึงฟ้องจำเลยขอให้ศาลบังคับจำเลย ทั้ง ๒ ส่งมอบสิ่งของที่ขายดังกล่าวให้โจทก์ ถ้าส่งไม่ได้ให้ใช้ราคา ศาลแพ่งพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยส่งทรัพย์ตามบัญชีหมาย ค. รวม ๓๓ รายการ ถ้าส่งไม่ได้ให้ใช้ราคา ๑๖๙๔๔ บาท โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์จึงฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ในคดีที่นางถนอมเป็นโจทก์ การยึดทรัพย์ เจ้าพนักงานจะมิได้แจ้งให้จำเลยทราบเพราะไม่พบตัวจำเลย ก็ไม่ทำให้การยึดนั้นเสียไป จำเลยที่ ๑ ได้ซื้อและขนทรัพย์ที่อยู่ในระหว่างเจ้าพนักงานบังคับคดียึดไป ซึ่งเป็นการผิดกฎหมายโดยชัด เพราะแม้แต่เป็นเจ้าของทรัพย์นั้นเอง ก็ไม่มีสิทธิที่จะเอาทรัพย์ที่ยึดต้องอายัติไปขายได้ ฉะนั้น จำเลยที่ ๑ ผู้ซื้อทรัพย์แม้จะโดยสุจริต ก็หาอาจยกขึ้นยันโอนได้ไม่ตามนัยแห่ง ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา ๒๕๙ ,๓๐๕ และในการนี้ เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่สามารถเข้าครอบครองทรัพย์ได้ตามอำนาจและหน้าที่ จึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยส่งทรัพย์ที่เอาไป จึงพิพากษากลับ ให้บังคับคดีศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2019/2494 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของนายลีเหวงอิ้ม หรือสุพันธ์ วัชนสมบัติ ผู้ล้ม ละลายที่ 1 หัวหน้ากองหมาย เจ้าพนักงานบังคับคดีที่ 2 โจทก์ นายไล้ซ้ง แซ่ลี่ ที่ 1 นายหอจันทน ยิ่งยง ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ล้ม - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของนายลีเหวงอิ้ม หรือสุพันธ์ วัชนสมบัติ · โจทก์ - ละลายที่ 1 หัวหน้ากองหมาย เจ้าพนักงานบังคับคดีที่ 2 · จำเลย - นายไล้ซ้ง แซ่ลี่ ที่ 1 นายหอจันทน ยิ่งยง ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา · นิติธรรมประกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายโชค จารุจินดา · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา